Get Adobe Flash player

Monthly Archives: May 2015

ลดเวลา Startup Windows ด้วยคำสั่ง msconfig

ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน ปัญหาหนึ่งที่ต้องเจอก็คือ เมื่อติดตั้งโปรแกรมที่ต้องใช้งาน หรือเกมลงไปมากแล้วทำให้เมื่อเปิดเครื่อง ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าที่ Windows จะ Startup ขึ้นมาจนพร้อมใช้งาน สาเหตุเนื่องจากโปรแกรมที่เราติดตั้งลงไปบางตัวอาจมีโหลดขึ้นมาตอนที่เราเปิดเครื่อง ทำให้เครื่องต้องใช้เวลาในการ Startup นานขึ้น

msconfig.exe เป็น tool ที่ช่วยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ไวขึ้น เพราะมันช่วยให้เราปิดหรือเปิดการทำงานของโปรแกรมของเราที่ทำงานตอน Windows Startupได้

วิธีการ

1. พิมพ์คำสั่ง msconfig ในช่อง Search

2. ไปที่แท็บ Startup เอาเครื่องหมายถูกหน้าโปรแกรมที่ไม่ต้องการให้โหลดตอน Startup Windows ออก เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK

รูปภาพ 2

3. จากนั้นลองทำการรีสตาร์ท Windows เพื่อเริ่มการทำงานใหม่อีกครั้ง จะเห็นว่าโปรแกรมที่เคยโหลดขึ้นมาตอนเปิดเครื่องจะไม่โหลดขึ้นมาอีก

สร้างแบบสอบถามออนไลน์ ด้วยการใช้ Google Form [2]

Untitled

 

หลังจากในคราวที่แล้วที่ได้นำเสนอในเรื่องการสร้างแบบสอบถามออนไลน์ โดยใช้แอปพลิเคชั่นบน Google Drive โดยกล่าวถึงขั้นตอนการสร้างเบื้องต้นไปแล้วนั้น มาคราวนี้เราจะมากล่าวกันต่อในส่วนการใช้งานว่า เครื่องมือที่ทางแอปพลิเคชั่นให้มา จะเอามาปรับแต่งแบบสอบถามให้ดีขึ้นได้อย่างไร ส่วนไหนเอามาใช้งานได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเครื่องมือปรับแต่งนั้น เราจะมาอธิบายในส่วนของ Add item

4

 

1. การแบ่งแบบสอบถามออกเป็นตอนๆ

– ให้คลิกเลือกที่ add item

– จะแสดงเครื่องมือออกมาให้เลือก ให้เลือกที่ Section Header

– จะขึ้น Section เพิ่มขึ้นมาให้กรอกชื่อตอน (Header Text) และคำอธิบาย (Description)

– กดปุ่ม Done เพื่อเพิ่ม Section นั้นเข้าไปในแบบสอบถาม จะได้ผลลัพธ์ดังรูป แต่หากจะยกเลิก ให้กดรูปถังขยะที่มุมขวาก่อนกด Done

 

2. ประเภทหัวข้อคำถามที่ใช้

หัวข้อคำถามสำหรับแบบสอบถามในเครื่องมือที่ให้มา สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม โดย

– การเลือกที่ add item

– จะแสดงเครื่องมือออกมาให้เลือก ให้เลือกที่ประเภทคำถามตามต้องการ

– ปรับแต่งค่าคำถาม คำตอบ ตามประเภทที่เลือกไว้

– กดปุ่ม Done

 

ต่อมาเราจะมาพูดถึงประเภทคำถามรูปแบบต่างๆที่สามารถใช้ได้ ดังต่อไปนี้

2.1 Text ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบให้ผู้ตอบแบบสอบถามเขียนตอบโดยอิสระในรูปแบบตัวอักษร

เหมาะสำหรับ > การตอบคำถามปลายเปิดที่มีข้อความไม่ยาวนัก เช่น ถามชื่อผู้ตอบแบบสอบถาม , Email Address เป็นต้น

a9

 

2.2 Paragraph Text ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบให้ผู้ตอบแบบสอบถามเขียนตอบโดยอิสระในรูปแบบตัวอักษรเช่นเดียวกับแบบ Text แต่จะสามารถเก็บค่าตัวอักษรได้มากกว่า

เหมาะสำหรับ > การตอบคำถามปลายเปิดที่มีข้อความยาวๆ เช่น ถามความคิดเห็น (ที่คนตอบอาจจะตอบอธิบายยาวๆ) , เขียนรายละเอียดที่อยู่ เป็นต้น

a8

 

2.3 Multiple Choice ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบที่มีคำตอบตายตัว และมีตัวเลือกให้เลือกตอบ ซึ่งผู้ตอบจะเลือกตอบได้เพียงข้อเดียวจากตัวเลือกทั้งหมดที่ให้

เหมาะสำหรับ > การตอบคำถามปลายปิดที่ต้องการคำตอบที่แน่ชัด เช่น คำถามในลักษณะข้อสอบทั่วไป

a7

 

2.4 Check Boxes ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบที่มีคำตอบตายตัวเช่นเดียวกับแบบ Multiple Choice แต่จะสามารถเลือกตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ

เหมาะสำหรับ > การตอบคำถามปลายปิดที่ต้องการคำตอบที่แน่ชัด แต่เลือกได้หลายข้อ เช่น เลือกคุณสมบัติต่างๆ

a6

 

2.5 Choose From List ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบที่มีคำตอบตายตัวเช่นเดียวกับแบบ Multiple Choice แต่ตัวคำตอบจะซ่อนอยู่ในลิสท์คำตอบ ซึ่งจะเลือกตอบได้เพียงข้อเดียวจากตัวเลือกทั้งหมด

เหมาะสำหรับ > การตอบคำถามปลายปิดที่ต้องการคำตอบที่แน่ชัด แต่มีตัวเลือกจำนวนมากๆ เช่น เลือกคณะ (กรณีที่คณะมีจำนวนมากๆ เช่น 20 คณะ เป็นต้น)

a5

 

2.6 Scale ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบให้เรตคะแนนว่าค่อนไปทางไหนจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด โดยจะเลือกได้เพียงคำตอบเดียว ส่วนลักษณะการเก็บคำตอบเป็นตัวเลขตามเรตที่ให้

เหมาะสำหรับ > มักจะใช้กับคำถามแบบประเมินคะแนนความคิดเห็น

a4

 

2.7 Grid ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามแบบมีคำตอบตายตัวสำหรับคำถามย่อยหลายๆคำถาม แต่มักใช้กับการให้เรตคะแนน โดยจะเลือกได้เพียงคำตอบเดียว ส่วนลักษณะการเก็บคำตอบเป็นประโยคตามที่ระบุในค่าคอลัมน์

เหมาะสำหรับ > มักจะใช้กับคำถามแบบประเมินคะแนนความคิดเห็น

a

 

2.8 Date ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามวัน โดยสามารถเซตให้เลือกตอบเวลาพร้อมๆกันด้วยได้ เช่น ใช้ในการกำหนดวัน

a2

 

2.9 Time ลักษณะการสร้างคำถามประเภทนี้จะเป็นการถามเวลา คล้ายๆกับฟังก์ชั่นคำถามแบบ Date

a3

 

3. การขึ้นหน้าแบบสอบถามใหม่

– ให้คลิกเลือกที่ add item

– จะแสดงเครื่องมือออกมาให้เลือก ให้เลือกที่ Page Break

– จะขึ้น Section เพิ่มขึ้นมาให้กรอกชื่อตอน (Header Text) และคำอธิบาย (Description)

– กดปุ่ม Done เพื่อเพิ่ม Section นั้นเข้าไปในแบบสอบถาม โดยแยกจากหน้าเดิม สังเกตจากเลขหน้าที่เพิ่มขึ้น

 

4. การใส่รูปประกอบ

– ให้คลิกเลือกที่ add item

– จะแสดงเครื่องมือออกมาให้เลือก ให้เลือกที่ Image

– จะขึ้นหน้าต่างให้อัพโหลดไฟล์รูปภาพ หรือเลือกรูปภาพที่อัพโหลดไว้แล้ว

– เมื่อเลือกรูปภาพและกดอัพโหลด หรือเลือกรูปภาพที่มีอยู่ไว้แล้ว จะกลับมาที่การเซตค่ารูปภาพ เช่น ตั้งชื่อ การจัดวางบนหน้ากระดาษ

– กดปุ่ม Done รูปประกอบก็จะไปปรากฎบนแบบสอบถาม

 

5. การใส่คลิปวิดีโอประกอบ

– ให้คลิกเลือกที่ add item

– จะแสดงเครื่องมือออกมาให้เลือก ให้เลือกที่ Video

– จะขึ้นหน้าต่างค้นหาคลิปวิดีโอบนเว็บ Youtube โดยให้ใส่ลิ้งก์เพื่อค้นหา เมื่อพบแล้วให้กดเลือกคลิปที่ต้องการ แล้วกด Select

– จะกลับมาที่การเซตค่าวิดีโอ เช่น ตั้งชื่อ การจัดวางบนหน้ากระดาษ

– กดปุ่ม Done คลิปวิดีโอก็จะไปปรากฎบนแบบสอบถาม สามารถกดเพื่อรับชมได้

 

หมายเหตุ

– สามารถสลับตำแหน่งเพื่อจัดรูปแบบแบบสอบถามตามต้องการ ด้วยการคลิกส่วนลากสลับตำแหน่ง

– หากต้องการบังคับให้ตอบหัวข้อคำถาม สามารถเลือกเซตได้ ทำเครื่องหมายถูกที่ช่อง Required Question แล้วกด Done ที่ตัวคำถาม เมื่อกดแล้วจะขึ้นเครื่องหมายดอกจันสีแดงที่ท้ายคำถาม

– หากต้องการดูตัวอย่างแบบสอบถามที่สร้าง ให้กดดูตัวอย่างที่ View live form

 

หลังจากที่เราได้นำเสนอการปรับแต่งคำถามในแบบสอบถามแล้ว ในคราวหน้า เราจะมาพูดถึงการแชร์แบบสอบถาม และการดูผลลัพธ์การตอบแบบสอบถามกันต่อไป

การเขียน Trigger บน Microsoft SQL Server

Trigger ในที่นี้หมายถึง Database Trigger ซึ่งก็คือคำสั่งพิเศษ หรือ Stored procedure ของ SQL ที่จะเริ่มทำงานเมื่อมีเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น Database หรือ Table  ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีการ Insert, Update และ Delete ข้อมูลใน Table

ตัวอย่างสถานการณ์ที่จะนำ Trigger มาใช้ประโยชน์

ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมีฐานข้อมูลบุคลากร (HR) ดูแลโดยฝ่ายบุคคล และฐานข้อมูลผู้ใช้ระบบ (Single Sign On) ดูแลโดยฝ่าย IT เมื่อมีพนักงานใหม่ หรือพนักงานลาออก ฝ่ายบุคคลก็จะเข้าไปบันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูล HR และยังต้องแจ้งให้ฝ่าย IT ทราบด้วย เพื่อให้ฝ่าย IT ทำการเพิ่มและลบผู้ใช้งานในฐานข้อมูล SSO

เพื่อลดขั้นตอนของงานเราจะสร้าง Trigger ที่จะทำงานเมื่อมีการ Insert, Update หรือ Delete ข้อมูล Table บุคลากรใน HR โดยให้ส่งข้อมูลไปยังฐานข้อมูล SSO โดยตรง เมื่อมีพนักงานใหม่ หรือพนักงานลาออก ฝ่ายบุคคลก็จะเข้าไปบันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูล HR ตามปกติ แต่ Trigger จะทำงาน และส่งข้อมูลใหม่ไปยังฐานข้อมูล SSO ด้วย

ตัวอย่าง Trigger

คำสั่ง Trigger นี้จะผูกติดกับ Table ชื่อ Employee ในฐานข้อมูล HR ซึ่งจะทำงานหลังจากเกิดเหตุการณ์ Insert โดยการนำข้อมูลไป Insert ลงใน Table ชื่อ UserLogon ในฐานข้อมูล SSO ผ่านทาง Table ที่ชื่อว่า inserted ซึ่ง inserted คือ Table ที่จะเก็บ Row ของข้อมูลที่ถูก Insert ในตาราง Employee

ส่วน SSO_Server นั้นเกิดจากการทำ Linked Server สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://msdn.microsoft.com/en-us/ms188279.aspx

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trigger ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://msdn.microsoft.com/en-us/library/ms189799.aspx

วิธีแก้ไวรัสวีดีโอ Special Video ของ Chat ใน Facebook

ปัจจุบันต้องยอมรับว่า Facebook เป็นที่นิยมในการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่ามักจะมีไวรัสต่าง ๆ ที่แอบแฝงมากับ Facebook มากมาย และ ไวรัสวีดีโอ Special Video ก็เป็นอีกหนึ่งไวรัสที่มักจะระบาดมาทางช่องแชท ใน Facebook และเนื่องจากไวรัสตัวนี้จะทำการส่งข้อความแนบลิ้งพร้อมกับรูปภาพ Profile ของผู้สนทนามาทางแชท Facebook จึงนิยมเรียกไวรัสตัวนี้ว่าไวรัส Special Video  (ตัวอย่างดังภาพ)

img_virus_Special_Video

ภาพที่ 1 ตัวอย่าง ไวรัส SpecialVideo ที่มากับข้อความทาง facebook

เมื่อเราคลิกไปที่ลิ้งจะพบกับหน้าเว็บที่จะแสดงไฟล์วีดีโอ และจะมีปุ่มให้กด Play ในขณะที่เรากดปุ่ม Play นั้นเว็บบราวเซอร์จะแสดงหน้าต่าง Download ซึ่งโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมานั้นจะมีชื่อว่า install_flashplayers86x64_msd_aaa_aih.exe ซึ่งไฟล์ติดตั้งตัวนี้หากมองเผินๆ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นไฟล์ install flash player ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจผิดว่าเป็นไฟล์สำหรับติดตั้ง flash player ที่สำหรับใช้เล่นไฟล์วีดีโอ เราจึงทำการติดตั้งไฟล์ตัวนี้โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันเป็นไวรัส

img12_kmP

ภาพที่ 2 ตัวอย่างไฟล์ไวรัสที่หลังจาก Download ลงเครื่องเรียบร้อยแล้ว

อาการหลังจากเมื่อติดไวรัส Special Video

และหากติดตั้งไฟล์ที่เป็นไวรัสแล้ว อาการแรกที่สังเกตุได้ชัดคือ เว็บบราวเซอร์ (ในตัวอย่างนี้ใช้ Google Chrome) จะทำการปิดตัวลงทันทีและหากเปิดขึ้นมาใหม่  ไวรัสตัวนี้จะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเว็บบราวเซอร์ของ Google Chrome ทันที และหากเรา Log in เข้าใช้ Facebook ไวรัสตัวนี้จะทำการส่งข้อความไปหาเพื่อนใน Facebook ของเราโดยอัตโนมัติ (ตัวอย่างดังภาพ)

img11_kmP

ภาพที่ 3 ภาพตัวอย่างไวรัสได้ทำการส่งข้อความไปหาเพื่อนใน Facebook  โดยอัตโนมัติ

วิธีการแก้ไวรัส วิธีที่จะมานำเสนอนั้นจะมีอยู่ 2 วิธี

  • วิธีที่ 1 เปลี่ยนไปใช้เว็บบราวเซอร์อื่น เป็นวิธีแก้ปัญหาชั่วคราว
    ซึ่งหมายความว่า หากเราใช้ Google Chrome ในการเปิดใช้งานFacebook ไวรัสก็จะทำการส่งข้อความไปยังเพื่อนของเราในระบบ Chat แต่ website อื่น ๆ  ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่หากเราต้องการใช้งาน Facebook จริงๆ ให้แนะนำใช้งานเว็บบราวเซอร์อื่นๆ เช่น IE(internet explorer) , Mozilla firefox , Safari ฯลฯ
  • วิธีที่ 2 ถอนรากถอนโคน
  1. เปิด web borswer ที่ติดไวรัสขึ้นมา (ในที่นี้ยกตัวอย่าง Google Chrome)
  2. ไปที่เมนูด้านบนขวา  ตั้งค่า >>> เครื่องมือเพิ่มเติม  >>> ตัวจัดการงาน ดังภาพด้านล่าง

img01

img02_kmP

 

img03_kmP

3. การปิดส่วนขยาย “Browser Optimizer” เป็นการปิดส่วนขยายที่เป็นไวรัสให้หยุดทำงาน

4. เลือกเมนูด้านบนขวา ดังภาพด้านล่าง

img04_kmP

 

5. ทำการลบส่วนขยายแปลกปลอมที่มีชื่อว่า “Browser Optimizer” โดยการคลิกที่รูปถังขยะ

img05_kmP

หมายเหตุ : หากไม่ทำการหยุดส่วนขยาย “Browser Optimizer” ตามขั้นตอนที่ 2 จะไม่สามารถเข้าไปยังหน้า “ส่วนขยาย” ได้

6.  จากนั้นให้ทำการรีเซ็ตค่าทั้งหมดของเว็บบราวเซอร์ มีขั้นตอนดังนี้

img06_kmP

img07_kmP

img08_kmPnew2

7. หลังจากทำการรีเซ็ตเว็บบราวเซอร์เรียบร้อยแล้วให้เราทำการลบโปรแกรม Google Chrome ออกจากเครื่อง โดยไปที่ เมนู “Start” >>> “Control Panal” >>> “Uninstall” เพื่อลบออกจากเครื่องimg09_kmPnew

เมื่อทำตามขั้นตอนตามที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว  ให้ทำการ Restart คอมพิวเตอร์ และ Download Google Chrome เพื่อทำการติดตั้งใหม่อีกครั้ง และหากทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบว่าไวรัสได้ถูกลบออกหรือไม่ ให้ทำตามขั้นที่ 2 อีกครั้ง ว่ามี “Browser Optimizer” ทำงานอยู่หรือไม่ หากไม่มีแล้วลองมาตรวจสอบที่ หน้า “ส่วนขยาย” ทำตามขั้นตอนที่ 4 หากไม่เจอก็แสดงว่าได้ทำการลบไวรัส Special Video ของแชททาง Facebook สำเร็จแล้ว และเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสเกิดขึ้นอีกให้ทำการเปลี่ยน Password ของบัญชี Facebook ด้วย

ขอบคุณข้อมูล :  http://officemanner.com/