Get Adobe Flash player

Monthly Archives: November 2018

วิธีการใช้ FTP-Simple บน VScode

ftp-simple เป็น Extensions ที่ไว้ใช้ Remote FTP ไปยังเครื่องเซิฟเวอร์

 

ขั้นตอนการติดตั้งไปที่เมนู Extensions ทางด้านซ้ายมือ

 

Search คำว่า ftp-simple ถ้าเจอแล้วกด Install

 

จากนั้นกด F1 จะปรากฏหน้าต่างดังรูปด้านล่างขึ้นมา

จากนั้นเลือก FTP connection setting แล้วจะปรากฏหน้าดังกล่าวขึ้นมา

จากนั้นให้ทำการ setting เพื่อที่จะใช้งาน FTP-simple

{
“name”: “my server2”,          // ชื่อ(ตั้งชื่ออะไรก็ได้)
“host”: “127.0.0.1”,                // IP Address ของเครื่องเซิฟเวอร์
“port”: 22,                              // Port SSH
“type”: “sftp”,                        // ใส่ sftp (Secured File Transfer protocol) หรือ ftp (File Transfer protocol)
“username”: “id”,                 // username ที่ใช้ login บนเครื่อง Server
“password”: “password”,   // password ที่ใช้ login บนเครื่อง Server
“path” : “/”,                          // path file ที่ต้องการเข้าถึงบนเครื่อง Server
“autosave” : false                // true จะเป็นการบันทึกการทำงานแบบ auto
                                                    false เป็นการบันทึกการทำงานโดยการกด Save หรือ Ctrl+s
“confirm”: false                  // true ก่อนบันทึกการทำงานจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้กดยืนยัน
}                                            // false ก่อนบันทึกการทำงานจะไม่มีหน้าต่างขึ้นมาให้กดยืนยัน

Devexpress Gridview การปรับแต่งส่วนต่างๆ [Part3]

การปรับแต่ง Edit ใน Gridview

  1. คลิกที่ GridView และเลือก Show Edit Button

2. ไปที่ช่อง Column แก้ไข และเลือก ButtonRender Mode เพื่อปรับให้เป็น IMAGE และกด OK

3. ไปยัง Properties  SettingsCommandButton เพื่อตั้งค่ารูปที่ไว้ใช้กด

 

4. และปุ่มที่จำเป็นต้องตั้ง ได้แก่

UpdateButton =ปุ่มตอนกดแก้ไขข้อมูลเสร็จ

EditButton =ปุ่มที่ไว้ใช้กด แก้ไขข้อมูล

CancelButton= ไว้ยกเลิกตอน ไม่แก้ไข

เมื่อกดปุ่ม …  จะไปหน้ายันรูปภาพ เพื่อเลือกรูปที่ต้องการแทนปุ่ม

 

เมื่อตั้งค่าเสร็จจะได้ดั้งรูป

re-Config Pure-FTPd-Mysql, php, phpMyAdmin หลังจาก Update Ubuntu 18.04

หลังจาก Update Ubuntu-18.04 และ Component อื่น ๆ จะพบปัญหาดังนี้

  1. รัน php ไม่ได้ เนื่องจาก PHP จะอัพเกรดเป็น 7.2 และยังไม่ enable *
  2. ไม่สามารถใช้ FTP ได้ เนื่องจาก pure-ftpd-mysql ไฟล์ config เดิมหาย *
  3. phpMyAdmin มีแจ้งเตือน error เนื่องจาก code ยังไม่ compatible กับ PHP 7.2
  4. ไม่สามารถใช้ .htaccess เนื่องจากยังไม่ AllowOverRide All ใน apache config

* สำคัญมากต้องรีบทำ เพราะมีผลต่อความปลอดภัย และการใช้งานเว็บไซต์

 

1. Enable PHP module ใน Apache

ข้อสังเกตคือ เมื่อเข้าเว็บไซต์จะพบว่าไม่รัน PHP แต่จะแสดง Code PHP ออกมาทางหน้าเว็บไซต์แทน (อันตรายมาก) วิธีการ Enable PHP ใช้คำสั่ง a2enmod (Apache2 Enable Module) เพื่อ enable PHP 7.2 จากนั้นให้ Restart Service Apache

จากนั้นลองเข้าเว็บไซต์ตรวจสอบว่าสามารถรัน PHP ได้เป็นปกติ

 

2. Re-Config pure-ftpd-mysql

ข้อสังเกตคือ จะไม่สามารถ Login เข้า FTP ได้ จะต้องแก้ไข Config pure-ftpd-mysql ใหม่ เริ่มต้นให้เข้า phpMyAdmin เพื่อตั้งค่า User pureftpd ใหม่

ไม่แน่ใจว่าใช้ pureftpd@localhost.localdomain ด้วยหรือไม่ ให้ Reset และ Gen-Passwordใหม่ และนำไปใช้ทั้ง 2 user นี้ได้เลย

เมื่อแก้ Password เสร็จ ให้ทำการเปลี่ยนชื่อ Table ใน Datebase pureftpd ด้วย จาก ftpd เป็น users (เพราะ  pure-ftpd รุ่นใหม่มีการเปลี่ยนชื่อ table ใน config)

จากนั้นให้ ssh(putty) ไปที่ Server และทำการแก้ไข Config ที่ไฟล์ /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf โดยจุดที่ต้องแก้คือ

  • MYSQLUser = pureftpd
  • MYSQLPassword = รหัสผ่านใหม่ (ของเดิมหายไปพร้อมกับ Config file)
  • MYSQLCrypt = md5

แล้วทำการ Restart Service pure-ftpd-mysql ด้วยคำสั่ง ทดลอง Login FTP จะต้องสามารถ Login ได้ตามปกติ

 

3. แก้ไข Error phpMyAdmin

Error นั้นอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละเครื่อง อยู่ที่คนอัพเดท Ubuntu ว่าตั้งค่าอะไรไว้บ้าง สามารถแบ่ง Error ได้ดังนี้

  • 3.1 Error Mysql Connect phpmyadmin@localhost Password Yes
  • 3.2 Error “Warning in ./libraries/sql.lib.php#613 count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable”
  • 3.3 Blowfish too short

 

3.1 Error Mysql Connect phpmyadmin@localhost Password Yes

แก้ไข Config PHP file ที่ /etc/phpmyadmin/config-db.php โดยการลบให้ตัวแปร $dbuser, $dbpass เป็น string เปล่า ๆ ดังนี้

 

3.2 Error “Warning in ./libraries/sql.lib.php#613 count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable”

แก้ไข PHP file ที่ /usr/share/phpmyadmin/libraries/sql.lib.php ในบรรทัดที่ 613 โดยเปลี่ยนจาก

 

3.3 Blowfish too short

แก้ไข PHP file ที่ /var/lib/phpmyadmin/blowfish_secret.inc.php โดยการเพิ่มความยาวให้ตัวแปร $cfg[‘blow_secret’] โดยการแทรก Random String ที่เป็น 0-9, A-Z, a-z เพิ่ม ให้เกิน 32 ตัวอักษร ตัวอย่างเช่น

ในแต่ละ Error ของ phpMyAdmin นั้นเมื่อแก้ไขเสร็จให้ลองเข้าตรวจสอบดู Error นั้นจะทยอยหายไป

 

4. Config ให้สามารถใช้ .htaccess ได้โดยการกำหนด AllowOverride All

ข้อสังเกตคือหน้าเว็บ WordPress ที่มีการใช้ Permalink เป็นชื่อ (ต้องใช้ .htaccess) จะไม่สามารถเปิดหน้านั้นได้ แก้ไขที่ไฟล์ Config  /etc/apache2/apache2.conf จากนั้นแก้ไข AllowOverride จาก None เป็น All ใน Directory /var/www ดังภาพ

แล้วสั่ง restart service apache2 ด้วยคำสั่ง

 

การติดตั้ง Apache, PHP และ MySQL บน macOS 10.x

ตั้งแต่ macOS version 10 เป็นต้นไปได้มีการติดตั้ง Apache และ PHP มาให้แล้ว เราเพียงแค่ต้องไปเปิดใช้งานเท่านั้น ส่วน MySQL จะต้องทำการติดตั้งด้วยตนเอง หรือ อาจจะตัดความยุ่งยากในการติดตั้งทั้งหมดนี้ด้วยการใช้ Software ที่ bundle ทุก ๆ อย่างมาให้อย่าง Xampp หรือ Mamp ก็ได้ แต่การติดตั้งทั้งหมดนี้ด้วยตนเองจะทำให้ได้ความรู้ไปด้วย

ในการ Enable Apache และ PHP จะทำผ่าน Terminal ทั้งหมด (macOS ที่ใช้ 10.14)

1. ตรวจสอบ Version ของ Apache เพื่อให้แน่ใจว่ามีการติดตั้ง Apache อยู่จริง โดยใช้คำสั่ง http -v 

2. เมื่อรู้ว่ามี Apache แล้ว สามารถสั่งเปิดการใช้งานด้วยคำสั่ง sudo apachectl start จากนั้นให้ใส่ Passwordของเจ้าของเครื่อง

3. ทดลองเปิด​ url  http://localhost จะเจอหน้า It’s Work ดังรูป

4. โดยปกติ Root directory จะอยู่ที่ /Library/WebServer/Documents/ ดังรูป (สามารถเขียน Website ลงใน Directory นี้ได้เลย)

5. ทดลองเข้าที่ url http://localhost/test/phpinfo.php เพื่อทดสอบ PHP จะพบว่าไม่สามารถรันได้ เพราะค่าเริ่มต้นของ Apache จะยังไม่เปิดการใช้งาน PHP

6. การเปิดใช้งาน PHP จะต้องแก้ไข Config ของ Apache ที่ /private/etc/apache2/httpd.conf โดยไฟล์ Config นี้จะต้องใช้สิทธิเจ้าของเครื่องเพื่อทำการแก้ไขไฟล์ ให้ทำการเปิด Terminal อีกครั้งและใช้คำสั่ง sudo vi /private/etc/apache2/httpd.conf จากนั้นให้ใส่ Password ของเจ้าของเครื่อง (vi เป็น Text editor สามารถดูวิธีการใช้ได้ที่ https://staff.washington.edu/rells/R110/)

7. การแก้ไข httpd.conf เพื่อเปิดใช้งาน PHP ให้ใช้คำสั่ง /php ใน Command Mode เพื่อค้นหาคำว่า “php” ใน config จากนั้นให้เข้าสู่ Insert Mode เพื่อแก้ไข Config โดยการเอาเครื่องหมาย “#” ออก (LoadModule php7_module…)  ดังรูป

8. จากนั้นออกจาก Insert Mode เข้าสู่ Command Mode และใช้คำสั่ง :wq เพื่อบันทึกและออกจาก vi

9. จะต้อง Restart Apache โดยใช้คำสั่ง sudo apachectl restart จากนั้น ทดลองเข้าที่ url http://localhost/test/phpinfo.php จะสามารถรัน phpinfo ได้

10. การติดตั้ง MySQL ให้ใช้รุ่น Free คือ MySQL Community Edition สามารถ Download ที่ https://dev.mysql.com/downloads/mysql/  ดังรูป ส่วนการติดตั้งก็สามารถติดตั้งได้ตามปกติ

11. การ เปิด/ปิด Service MySQL บน macOS ใช้คำสั่ง (ตั้งแต่ macOS Sierra เป็นต้นไป)

  • sudo launchctl load -F /Library/LaunchDaemons/com.oracle.oss.mysql.mysqld.plist
  • sudo launchctl unload -F /Library/LaunchDaemons/com.oracle.oss.mysql.mysqld.plist

12. Database Tool สำหรับ MySQL แนะนำ