Get Adobe Flash player

admin

Photoshop : การลบพื้นหลังออกจากภาพให้เป็นธรรมชาติ

การตัดต่อรูปภาพคนนั้น มักจะเกิดปัญหาเสมอโดยเฉพาะการตัดต่อบริเวณเส้นผม หากตัดต่อด้วยวิธีธรรมดาจะได้รูปภาพ

ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ  ในบทความนี้จะมาแนะนำวิธีการตัดต่อภาพโดยยังคงเก็บรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เส้นผม ไว้ได้

 

1. ขั้นแรก เปิดรูปภาพที่ต้องการตัดต่อขึ้นมา จากนั้นทำการ copy layer ของรูปภาพขึ้นมา 1 layer และลบ background layer

เดิมทิ้งไป

 (เนื่องจากในตอนแรก layer ของรูปนั้นจะเป็น background layer ซึ่งจะไม่สามารถตัดต่อได้ จึงต้องทำการ copy layer ก่อน)

1

 

2. จากนั้นใช้อุปกรณ์ Quick Selection tool ในการเลือกบริเวณ background ที่ต้องการลบทิ้ง โดยเว้นบริเวณปอยผมเอาไว้

          หากใช้ Quick Selection tool แล้วกินเข้าไปในส่วนที่ไม่ต้องการลบ ให้กด Alt ค้างไว้ จะเป็นการลบบริเวณที่

selected ไป

2

4

 

3. เมื่อทำการ select เสร็จ ให้ไปที่ menu bar ด้านบน เลือก Select –> Refine Edge…

5

          เลือกช่อง View เป็นแบบ on white เพื่อที่จะให้ background จำลองป็นสีขาว ง่ายต่อการมองรายละเอียด

          และทำเครื่องหมายถูกในช่องเมนู Edge Detection และ Output จากนั้นปรับค่า Radius และ Amount เพื่อทำให้

background บริเวณปอยผมจางลง

8

          ในการปรับค่านั้น ไม่จำเป็นต้องปรับมากเกินไป แม้ว่าบริเวณปอยผมที่เราต้องการจะสามารถลบ background

ออกไปได้ แต่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณอื่นของรูปภาพ ดังรูปในตัวอย่าง บริเวณตรงปอยผมสารถลบ background ได้

แต่บริเวณมือ และสายสะพายกล้องถูกลบสีออกไปเช่นกัน

9

กรณีที่ปรับค่ามากเกิน จนลบสีในส่วนมือและสายกล้องออกไปด้วย

10

ปรับค่าให้มากที่สุดแต่ไม่มีผลกระทบต่อส่วนอื่นของภาพ เช่นในรูปนี้ ปรับได้ประมาณ Radius 50 px และ Amount 60% 

แต่ยังคงเหลือ background บางส่วนที่ยังไม่ถูกลบ

          4. ต่อไปจะเก็บรายละเอียดของ background ที่ยังไม่ถูกลบ โดยใช้เครื่องมือ Refine radius tool

11

          ค่อยๆใช้พู่กัน Refine radius tool ระบายบริเวณพื้นที่ background ที่ต้องการลบ  ต้องระวังไม่ระบายชิดบริเวณที่ไม่ต้องการ

ลบจนเกินไป เพราะรายละเอียดบริเวณนั้นอาจหายไปด้วย

          เมื่อลบเสร้จแล้ว กด ok ก็จะได้ภาพนักศึกษาที่ลบ background ข้างหลังแล้วแต่ยังคงเก็บรายละเอียดปลีกย่อยเช่น

เส้นผมไว้ได้  ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

12

 

          ใส่ background ใหม่ที่ต้องการ ปรับแสงและความคมชัดเพิ่มเติมให้เข้ากับ background เพื่อความเนียนชัดมากขึ้น

13

 

วิธีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการตัดต่อทุกรูปแบบ เพื่อนให้ขอบในการตัดต่อภาพมีความเนียนมากกว่าการตัดต่อแบบปกติได้

วิธีลบข้อมูลซ้ำอย่างรวดเร็วภายใน Excel

Microsoft Excel มีเครื่องมือหนึ่ง ที่ชื่อว่า “Remove Duplicates” ที่จะช่วยให้เราสามารถลบข้อมูลที่ซ้ำกันภายในเซลล์ออก จนเหลือเพียงข้อมูลเดียวเท่านั้น  ส่วนวิธีการใช้งานใช้งานเครื่องมือนั้นไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่เราเลือกช่วงข้อมูลที่มีการซ้ำกัน และคลิกที่เครื่องมือลบข้อมูลซ้ำ  รายละเอียดดังนี้

  • ยกตัวอย่างดังภาพด้านล่าง จะเห็นได้ว่ามีข้อมูลที่ซ้ำกัน(สีเขียว)อยู่ภายในตาราง ไม่ว่าข้อมูลเหล่านั้นจะเป็นตัวอักษร หรือตัวเลข เครื่องมือ “Remove Duplicates” ก็สามารถลบค่าที่ซ้ำกันออกได้

km9-58P1

 

kmPic2

kmPic3

kmPic4

เพียงเท่านี้ข้อมูลต่างๆ ที่มีค่าซ้ำกันก็จะถูกลบออกอย่างรวดเร็วด้วยเครื่องมือที่ทาง Microsoft Excel มีให้เราได้ใช้งานกันได้อย่างง่ายๆ ด้วยเครื่องมือที่มีชื่อว่า “Remove Duplicates” 

CSS : Margin and Padding

ในการออกแบบเว็บไซต์ให้มีความสวยงาม หลักการหนึ่งที่นำมาใช้บ่อยๆ นั่นก็คือ Space (ที่ว่าง) สำหรับเว็บไซต์แล้ว ที่ว่างก็นับว่ามีความสำคัญไม่น้อย การจัดองค์ประกอบให้มีที่ว่างจะทำให้ข้อมูลดูไม่แน่นจนเกินไป และสามารถเพิ่มความน่าอ่านได้เช่นกัน ในการใช้ CSS ส่วนหนึ่งที่ใช้กำหนดระยะห่างของส่วนประกอบต่างๆเพื่อสร้างที่ว่างดังกล่าว ก็ได้แก่การกำหนด Margin และ Padding 

 

ข้อแตกต่างระหว่าง Magin และ Padding 

  • Margin คือ การกำหนดระยะห่างระหว่างขอบของวัตถุ”ด้านนอก”กับวัตถุอื่นๆ เช่น การเว้นระยะขอบของพื้นที่ content กับตาราง
  • Padding คือ การกำหนดระยะห่างระหว่างขอบของวัตถุ”ด้านใน”กับวัตถุที่อยู่ภายใต้กรอบ เช่น การเว้นระยะขอบของพื้นที่ระหว่างกรอบตาราง กับตัวอักษรข้างใน

แต่ว่า การกำหนดระยะห่างทั้งสองรูปแบบจะเขียนในฟอร์มที่เหมือนกัน ดังนี้

 

รูปแบบการเขียนกำหนด Margin

1

  • margin-top คือ เว้นระยะขอบบน
  • margin-bottom คือ เว้นระยะขอบล่าง
  • margin-right คือ เว้นระยะขอบขวา
  • margin-left คือ เว้นระยะขอบซ้าย

กรณีต้องการเขียนให้สั้นลง จะเขียนในรูปแบบ

2

ส่วนสำคัญจะอยู่ที่ค่าด้านหลัง จะใส่ได้ตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 4 ค่า ซึ่งให้ความหมายที่แตกต่างกัน ตามตัวอย่างดังนี้

  • margin: 25px 50px 75px 100px;
    • ค่าที่ 1 (25 px) หมายถึง เว้นระยะขอบบน 25 px
    • ค่าที่ 2 (50 px) หมายถึง  เว้นระยะขอบขวา 50 px
    • ค่าที่ 3 (75 px) หมายถึง  เว้นระยะขอบล่าง 75 px
    • ค่าที่ 4 (100 px) หมายถึง  เว้นระยะขอบซ้าย 100 px
  • margin: 25px 50px 75px;
    • ค่าที่ 1 (25 px) หมายถึง เว้นระยะขอบบน 25 px
    • ค่าที่ 2 (50 px) หมายถึง  เว้นระยะขอบซ้ายและขวา ด้านละ 50 px
    • ค่าที่ 3 (75 px) หมายถึง  เว้นระยะขอบล่าง 75 px
  • margin: 25px 50px;
    • ค่าที่ 1 (25 px) หมายถึง เว้นระยะขอบบนและล่าง ด้านละ 25px
    • ค่าที่ 2 (50 px) หมายถึง  เว้นระยะขอบซ้ายและขวา ด้านละ 50px
  • margin: 25px;
    • หมายถึง เว้นระยะขอบทุกด้าน ด้านละ 25px

 

รูปแบบการเขียนกำหนด Padding

3

  • padding-top คือ เว้นระยะขอบบน(ด้านใน)
  • padding-bottom คือ เว้นระยะขอบล่าง(ด้านใน)
  • padding-right คือ เว้นระยะขอบขวา(ด้านใน)
  • padding-left คือ เว้นระยะขอบซ้าย(ด้านใน)

กรณีต้องการเขียนให้สั้นลง จะเขียนในรูปแบบ

4

ส่วนสำคัญจะอยู่ที่ค่าด้านหลัง จะใส่ได้ตั้งแต่ 1 ไปจนถึง 4 ค่า คล้ายกับการกำหนดค่า Margin

Group meeting 3/2558

ประชุมกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้จากการปฏิบัติงานระหว่างบุคลากรภายในกลุ่ม ติดตามผลการดำเนินงานรอบ 3 เดือนหลัง และมอบหมายงานใหม่ พร้อมเร่งรัดงานที่ยังไม่เสร็จ เมื่อวันที่ 28/07/2558
2015-07-28 11.04.322015-07-28 11.04.392015-07-28 11.05.202015-07-28 11.19.302015-07-28 11.19.26

การสร้าง Actions ใช้เองบน Photoshop

Actions ของ Photoshop คืออะไร?

3

Actions คือชุดคำสั่งที่เก็บบันทึกขั้นตอนการทำงานบนโปรแกรม Photoshop ซึ่งเมื่อมีการกดใช้แล้ว โปรแกรมจะกระทำชุดคำสั่งตามขั้นตอนต่างๆที่บันทึกไว้ ซึ่งการใช้ชุดคำสั่งแบบนี้จะมีประโยชน์มากสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องทำงานในขั้นตอนซ้ำๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและลดโอกาสผิดพลาดจากการทำในขั้นตอนซ้ำๆหรือใช้งานบ่อยๆได้ เช่น การปรับขนาดรูป ปรับสี ลงสี แปลงไฟล์

 

การเรียกใช้หน้าต่าง Actions

2

– กดที่ไอคอนรูป Play

– เรียกใช้โดยไปที่แถบเมนู Window > Actions

– กดคีย์ลัด Alt + F9

 

การสร้าง Actions ไว้ใช้เอง

ตามปกติแล้ว Actions สามารถโหลดมาใช้งานได้ แต่ในบทความนี้ เราจะมาบอกขั้นตอนวิธีการสร้าง Actions ด้วยตนเองเพื่อให้เหมาะกับการใช้ในแต่ละงาน

1. กดที่ไอคอน Create new action ที่มุมล่างของหน้าต่าง Actions เพื่อเรียกหน้าต่างการสร้าง Action ใหม่

a1

2. แสดงหน้าต่างเพื่อเซตค่า Action ใหม่ เช่น ชื่อ action, คีย์ลัด, โฟเดอร์

a2

3. เมื่อได้ Action ใหม่แล้ว ทีนี้จะมาถึงขั้นตอนการบันทึกขั้นตอนเพื่อใช้ Action นั้น โดยกดปุ่มเริ่มบันทึก

a3

4. หลังจากกดปุ่มเริ่มบันทึกไปแล้ว ให้ผู้ใช้ทำการบันทึกขั้นตอนที่ต้องการลงไป เช่น

กรณีสมมติ ในรูปตัวอย่างต้องการบันทึกขั้นตอนการ stroke เส้น path พร้อมลบเส้น path ออก แล้วต้องการกำหนดขั้นตอนการทำงานเป็น : select path > คลิกขวาเลือก stroke path > เลือกรูปแบบเส้นแบบ brush > กด OK > delete path

a4

5. เมื่อบันทึกขั้นตอนต่างๆเรียบร้อยแล้ว ให้กดหยุดบันทึก เป็นอันเสร็จสิ้นการสร้าง action

ซึ่งหากต้องการทดสอบว่า action ที่ใช้สามารถใช้งานได้หรือไม่ ก็ให้กดดับเบิ้ลคลิกที่ตัว action นั้นๆ หรือกดคีย์ลัดที่เซตค่าเอาไว้

a5