Get Adobe Flash player

sarinya.k

พัฒนาระบบเก็บวัสดุและครุภัณฑ์สำนักงาน สำหรับใช้งานภายในสำนักวิทยบริการ

การพัฒนาระบบเก็บวัสดุและครุภัณฑ์สำนักงาน จะมีสองระบบ คือ 1) ระบบเก็บครุภัณฑ์สำนักงานจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล ERP (ระบบบริหารทัพย์สินภายในมหาวิทยาลัย) เพื่อเชื่อมโยงกับเลขครุภัณฑ์ ส่วน 2) ระบบเก็บวัสดุ จะเป็นการเก็บข้อมูลที่นอกเหนือจากข้อมูลในระบบ ERP เพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการวัสดุสำนักงาน

ระบบวัสดุ เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการครุภัณฑ์และวัสดุ ระบบที่ใช้บันทึกการเบิกวัสดุภายในสำนักวิทยบริการ ที่สามารถสร้างและแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับวัสดุและใบเบิกวัสดุได้ ภายในระบบประกอบด้วย

  1. ระบบบันทึกรายละเอียดวัสดุ จะเป็นการบันทึกรายการวัสดุที่มีในคลังของสำนักวิทยบริการ ในหน้าวัสดุจะแสดงรายการวัสดุทั้งหมดและรายละเอียด
    เช่น วัสดุมีอะไรบ้าง เป็นชนิดไหหน ใช้งบใดในการจัดซื้อ จำนวนที่จัดซื้อ ราคาต่อหน่วย ยอดคงเหลือปัจจุบัน เป็นต้น

  2. ระบบบันทึกใบเบิกวัสดุ จะเป็นการบันทึกรายละเอียดการเบิกจ่ายวัสดุให้แก่บุคลากรของสำนักวิทยบริการ ในหน้าใบเบิกวัสดุจะแสดงรายละเอียดโดยรวมเกี่ยวกับใบเบิกวัสดุ
    เช่น ชื่อผู้เบิก ผู้จ่าย วัสดุที่เบิก ยอดคงเหลือ วันที่ทำการเบิก วันที่ทำการจ่าย เป็นต้น

 

วิธีการเข้าใช้

  1. ทำการล๊อคอินเข้าใช้ ด้วย username rmutp passport
  2. พิมพ์ password
  3. กดปุ่มเข้าสู่ระบบ ถ้าล๊อคอินสำเร็จ ระบบจะเข้าสู่หน้าส่วนกลางเพื่อเลือกโหมดการใช้งาน

 

วิธีเพิ่มรายการวัสดุ หรือ รายการใบเบิกวัสดุ


– ในการจะเพิ่มรายการวัสดุหรือใบเบิกวัสดุ เวลาที่ผู้ใช้งานต้องการจะเพิ่มรายการ
จะต้องคลิกไอคอน “เครื่องหมายบวก” ที่หน้าวัสดุหรือใบเบิกวัสดุ โดยไอคอนจะอยู่ตรงมุมซ้ายบนของตาราง


– เมื่อกดแล้ว ระบบจะนำผู้ใช้งานไปยังหน้าเพิ่มวัสดุ หรือเพิ่มใบเบิกวัสดุ
ให้ผู้ใช้ทำการกรอกรายละเอียดต่างๆ แล้วกดบันทึก เป็นอันเรียบร้อย

 

วิธีแก้ไขรายการวัสดุ หรือ รายการใบเบิกวัสดุ


– ในการจะแก้ไขรายการวัสดุหรือใบเบิกวัสดุ เวลาที่ผู้ใช้งานต้องการจะแก้ไขรายการ จะต้องดูจากลิสท์รายชื่อรายการในหน้านั้นๆ
เมื่อหารายการที่ต้องการแก้ไขเจอ ให้กดไอคอน “แก้ไข” ที่อยู่ทางซ้ายมือของแถวรายการข้อมูลนั้น


– เมื่อกดแล้ว ระบบจะนำผู้ใช้งานไปยังหน้าแก้ไขรายละเอียด โดยจะดึงข้อมูลจากของเดิมมาจากฐานข้อมูลมาแสดง
ให้ผู้ใช้ทำการแก้ไขรายละเอียดต่างๆ เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ให้กดบันทึกข้อมูลสู่ระบบ
หมายเหตุ : ในการแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวกับจำนวนวัสดุ ระบบไม่สามารถคำนวนยอดคงเหลืออัตโนมัติให้อย่างตอนที่ทำการเพิ่มรายการ
ทางผู้ใช้งานจึงควรใช้ความระมัดระวังในการแก้ไขข้อมูลในส่วนนี้

HTML : การใส่ลูกเล่นให้รูปภาพเปลี่ยนรูปเมื่อนำเมาส์ไปชี้

การใส่ลูกเล่นให้กับรูปภาพที่นำมาประกอบบนเว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งในวิธีเพิ่มความน่าสนใจให้แก่เว็บไซต์ คราวนี้เราจะมานำเสนอการใส่รูปภาพที่มีลูกเล่น สามารถเปลี่ยนรูปได้เมื่อนำเมาส์ไปชี้ที่รูปภาพ และรูปจะเปลี่ยนกลับคืนเมื่อนำเมาส์ออกห่างจากรูป ซึ่งสามารถเขียนจากโค้ดได้ ดังนี้

<img src=”urlรูปภาพที่ 1” border=”0″
onmouseover=”this.src=’urlรูปภาพที่ 2‘;”
onmouseout=”this.src=’urlรูปภาพที่ 1‘;”
/>

ตัวอย่างการใส่โค้ด :

ในการนำรูปภาพมาใส่ลูกเล่น ให้นำ url รูปภาพมากำหนดให้กับค่า src ซึ่งจะต้องตรงกับ url ที่ใช้กับ onmouseout (ตามตัวอย่างใช้ไอคอนพื้นหลังสีฟ้า) ในขณะที่ url ที่ใช้กับ onmouseover จะกำหนดเป็นอีก url หนึ่ง (ตามตัวอย่างใช้ไอคอนพื้นหลังสีเขียว)

ซึ่งจะแสดงผลได้ดังนี้

  • ลักษณะรูปภาพในหน้าเว็บปกติ จะแสดงรูปที่ 1 (url รูปใน src และ onmouseout)

 

  • เมื่อนำเมาสืชี้ไปที่รูปภาพไอคอนที่เชตไว้ ลักษณะรูปภาพในหน้าเว็บจะเปลี่ยนเป็นรูปที่ 2 (onmouseover)

ทั้งนี้ หากผู้ใช้นำเมาส์ออกห่างจากพื้นที่ของรูปภาพ รูปภาพเดิมที่เซตไว้ก็จะกลับคืนมาเป็นหน้าเว็บไซต์ปกติ

การใส่ Placeholder ลงใน Text input

Placeholder คือข้อความตัวอย่างหรือคำอธิบายที่ใส่ text input เพื่ออธิบายคุณลักษณะของ text หรือ textarea หรือกระทั่งใช้ในการยกตัวอย่างรูปแบบข้อความที่อยากให้ผู้ใช้งานกรอกลงในหน้าเว็บไซต์ เช่น รูปแบบการกรอกอีเมล หรือ ตัวอย่างการกรอก url เพื่อแสดง link website

Code ที่ใช้ :

placeholder=“ตัวอย่างข้อความ”

 

ตัวอย่างการใช้ :

จะแสดงผลได้ดัวตัวอย่าง :

ตัวอย่างเมื่อทำการกรอกข้อมูล :

แสดงให้เห็นว่า เมื่อกำหนด placeholder ให้แก่ text input แล้ว ข้อความหรือคำดังกล่าวจะไปแสดงใน text input ซึ่งข้อความดังกล่าวจะเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ input จริง ดังนั้น ผู้ใช้งานจะสามารถกรอกข้อมูลทับได้ และหากลบข้อความที่ input เข้าไป ข้อความตัวอย่างก็จะปรากฎอีกครั้ง

การเซตค่าให้กับ DropdownList (ASP.NET C#)

ในการตั้งค่า Datasurce สำหรับตัว DropDownList จากตาราง ปกติสามารถเซตได้จากการเซตที่หน้า layout โดยเลือกจากไอเท็ม แต่ทั้งนี้ ในการเซตค่าก็สามารถดึงค่า DataTable เขียนผ่านโค้ดได้เช่นกัน ด้วยการเขียนชุดคำสั่งดังนี้

DropDownList1.DataSource = ชื่อ DataSet/DataTable;
DropDownList1.DataTextField = ชื่อ Col;
DropDownList1.DataValueField = ชื่อ Col;
DropDownList1.DataBind();

อธิบายโค้ด :

– DropDownList1.DataSource คือการตั้งค่า DataSource ให้กับตัว DropDownList (ซึ่งชื่อ DropDownList ในที่นี้คือ DropDownList1)
ในการเขียนให้นำชื่อ DataSet หรือ DataTable ที่ต้องการมาเติมหลังเครื่องหมายเท่ากับ

– DropDownList1.DataTextField ส่วนนี้คือการกำหนด Text ที่จะแสดงบนตัว DropDownList
โดยเวลาเซต ต้องเลือกจากชื่อ Column ของ DataTable ที่เลือกมา

– DropDownList1.DataValueField ส่วนนี้คือการกำหนด Value ที่จะแสดงบนตัว DropDownList (ซึ่งเป็นค่าที่จะถูกซ่อนไว้)
เวลาเซต ต้องเลือกจากชื่อ Column ของ DataTable เช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็น Column เดียวกันกับ DataTextField หรือไม่ก็ได้
ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่ผู้ใช้งานทำการ Select ค่าบน DropDownList แล้วต้องการให้เก็บค่าในรูปแบบใด

การสร้างปุ่มปิดซ่อนข้อความ ด้วย html

ในการเขียนบล๊อกหรือเว็บไซต์ บางครั้งผู้เขียนอาจต้องการใส่ลูกเล่นในการซ่อนข้อความบางอย่างไม่ให้แสดง และให้ผู้อ่านสามารถเลือกปิด-เปิดข้อความเองได้ เช่น

เมื่อกดปุ่ม ข้อความที่ซ่อนจะปรากฏ…

วิธีการซ่อนข้อความดังกล่าวสามารถทำได้ดังนี้

จากโค้ด จะแบ่งคร่าวๆได้ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนที่เกี่ยวกับปุ่มที่ใช้สั่งเปิดหรือปิดข้อความ จะอยู่ภายใต้แท็ก <button>  ซึ่งสามารถกำหนดค่า id ให้กับปุ่มในส่วนของ getElementById(‘ชื่อไอดี’) (ในตัวอย่างใช้ชื่อไอดีว่า spoiler) เพื่อใช้แยกแยะแต่ละปุ่ม

ส่วนข้อความที่แสดงบนปุ่มนั้น สามารถกำหนดในตำแหน่งที่วงด้วยเส้นสีเขียว (ในตัวอย่างใช้คำว่า เปิด/ปิด)

2. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อความ จะอยู่ภายใต้แท็ก <div> ซึ่งเราจะสามารถใส่ข้อความที่ต้องการซ่อนลงไปในตำแหน่งที่วงด้วยเส้นสีม่วง

 

ทั้งนี้ ในการสร้างปุ่มซ่อนข้อความ สามารถกำหนดให้แสดงข้อความใต้ปุ่มหรือแสดงข้อความเหนือปุ่มก็ได้ โดยการเรียงโค้ดทั้งสองส่วนตามลำดับ เช่น ถ้าอยากให้ข้อความอยู่เหนือปุ่ม ให้เขียนโค้ดส่วนที่ 2 ขึ้นก่อนโค้ดส่วนแรก

Credit : http://www.allbloggertricks.com/2013/05/how-to-add-openclose-button-to-blogger.html

การตรวจสอบ record ซ้ำในตารางด้วย SQL Command

ในการทำฐานข้อมูล มักประกอบด้วยข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาล บางครั้งอาจมีจำนวนที่มากเกินกว่าที่คนเราจะสามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดด้วยตาเปล่าได้ และหนึ่งในปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยก็คือ การมีข้อมูลซ้ำ ที่จะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และสามารถส่งผลกระทบต่อการ select ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นการตรวจสอบ record จึงมีความจำเป็นต่องานบางประเภท

ในการเขียนโค้ด SQL ที่เพื่อนับจำนวน record ซ้ำ จะใช้คำสั่งดังนี้

SELECT ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข , COUNT(*) count

FROM ชื่อตาราง

GROUP BY ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข Having COUNT(*) > 1

ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข ในที่นี้จะหมายถึง column ที่เราเลือกที่จะใช้เป็นตัวหลักในการตรวจสอบค่าซ้ำในแต่ละ record
ควรจะเลือก column ที่ไม่ควรมีค่าซ้ำหรือ primary key

เช่น ในฐานข้อมูลบุคคล column ที่สมควรจะเลือกใช้ในการตรวจสอบก็จะเป็น column จำพวกบัตรประชาชน เลขประจำตัว ซึ่งมักจะเป็นเลขเฉพาะที่ใช้ระบุถึงแต่ละคน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบค่าซ้ำ

ตัวอย่าง

SELECT CITIZEN_ID , COUNT(*) count

FROM EMPLOYEE

GROUP BY [CITIZEN_ID] Having COUNT(*) > 1

เมื่อพิมพ์คำสั่งและกด query คำสั่ง โปรแกรมจะนับจำนวน record ที่มีค่า CITIZEN_ID มากกว่า 1 record ขึ้นมาแสดง

ใส่สีให้เว็บด้วย CSS Color

การใช้สีเป็นองค์ประกอบพื้นฐานหนึ่งในการออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นหลัง สีตัวอักษรหรือองค์ประกอบอื่นๆบนเว็บไซต์

 

ในการเขียนโค้ด CSS ที่ใช้ในการปรับแต่งสี จะใช้คำสั่งดังนี้

color : ค่าสี ;

 

คำสั่ง color นี้จะใช้เป็นตัวกำหนดค่าสีของตัวอักษร แต่ถ้าหากว่าต้องการกำหนดค่าสีขององค์ประกอบส่วนอื่นบนเว็บไซต์ จะต้องกำหนดเพิ่มว่าต้องการตั้งค่าสีให้องค์ประกอบใด เช่น

  • ถ้าเป็นสีพื้นหลัง จะใช้คำสั่งเป็น background-color
  • ถ้าเป็นสีตัวอักษร จะใช้คำสั่งเป็น border-color

 

ส่วนค่าสีที่อยู่ในคำสั่งนั้น สามารถเขียนได้ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  • กำหนดโดยใช้ชื่อสี ซึ่งเป็น keyword ที่จะให้ค่าสี เช่น black ,skyblue ,green หรืออื่นๆ
  • กำหนดโดยใช้ค่าสี RGB ในรูปแบบคำสั่ง rgb(R,G,B) โดยที่ค่า R แทนค่าสีแดง G แทนค่าสีเขียว B แทนค่าสีน้ำเงิน ค่าตัวแปรทั้งสามสามารถมีค่าได้ตั้งแต่ 0-255 เช่น สีแดง จะเซตเป็น rgb(255,0,0)
  • กำหนดโดยใช้ค่าสี RGB ในรูปแบบคำสั่ง rgb(R%,G%,B%) โดยที่ค่า R แทนค่าสีแดง G แทนค่าสีเขียว B แทนค่าสีน้ำเงิน ค่าตัวแปรทั้งสามสามารถมีค่าเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 0%-100%
  • กำหนดโดยใช้ค่า Hex code (เลขฐานสิบหก) ในรูปแบบคำสั่ง #RRGGBB โดยค่าตัวแปรที่เรียงกัน เป็นการบอกค่าสีแบบ rgb แบบหนึ่งเช่นกัน โดยค่า RR จะหมายถึงค่าสีแดง GG จะหมายถึงค่าสีเขียว และ BB จะหมายถึงค่าสีน้ำเงิน แต่ละสีจะมีตัวแปรได้ 2 ตัว และตัวแปรแต่ละตัวจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0-F เช่น สีแดง จะเซตเป็น #FF0000
  • กำหนดโดยใช้ค่า Hex code (เลขฐานสิบหก) แบบย่อ ในรูปแบบคำสั่ง #RGB ซึ่งมีหลักการเขียนแบบเดียวกับ Hex code ที่เขียนเรียงกัน 6 ตัว แต่แบบย่อจะลดเหลือ 3 ตัวแทน เช่น สีแดง จะเซตเป็น #F00

การใช้ CSS Border Radius

คำสั่งใน CSS ที่เกี่ยวกับ Border จะใช้จัดการเกี่ยวกับเส้นขอบต่างๆ เช่น ขอบตาราง กรอบล้อมรอบข้อความ กรอบตามค่าเริ่มต้น หากไม่เซตอะไร กรอบนั้นจะเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่เราก็สามารถปรับแต่งส่วนขอบได้ใหม่เช่นกัน ด้วยคำสั่ง  Border Radius  ที่ใช้สำหรับปรับแต่งให้ขอบของวัตถุให้มีลักษณะโค้งมน ไม่เป็นเหลี่ยมมุม

โค้ด css ที่ใช้ในการปรับแต่ง ใส่ทั้งหมด 3 บรรทัด ดังนี้

-webkit-border-radius:10px;
-moz-border-radius:10px;
border-radius:10px;

ในส่วนค่า px บนตัวคำสั่ง จะเป็นตัวกำหนดค่าความโค้งของขอบ ยิ่งค่าน้อย ขอบจะยิ่งเหลี่ยม ยิ่งค่ามาก ขอบจะยิ่งมน

การเปลี่ยนสีพื้นหลังตารางทั้งแถวให้กับ gridview

การนำเสนอข้อมูลในตารางเป็นที่นิยมในการนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ และบางครั้งในการนำเสนอก็มักจะมีการเน้นสีเพื่อเน้นข้อมูลเฉพาะแถว เช่น ข้อมูลรวม หรือหัวข้อต่างๆ เพื่อให้แถวนั้นๆดูโดดเด่นขึ้นมา ให้ง่ายต่อการสังเกตเห็น หรือบางครั้งก็อาจเพื่อความสวยงามของตาราง ในการเขียนโค้ดเพื่อเปลี่ยนสี row ของ gridview สามารถกระทำได้ดังตัวอย่าง


เริ่มต้น สมมติว่าต้องการเปลี่ยนสีแถวล่างสุดของตารางนี้ให้เป็นสีม่วงอ่อน

km11-2016-1

 

ในไฟล์ .aspx
ให้เติมคำสั่งนี้ลงไปใน gridview

OnHtmlRowPrepared=”ชื่อคำสั่ง

ตัวอย่าง

km11-2016-4

 

ในไฟล์ .cs
เขียนโค้ดดังนี้

protected void ชื่อคำสั่ง (object sender, DevExpress.Web.ASPxGridViewTableRowEventArgs e)

   {

       if (e.RowType != GridViewRowType.Data) return;

       string text = e.GetValue(“ชื่อ colที่จะใช้เช็คค่าเงื่อนไข“).ToString();

       if (เงื่อนไข)

       {

           e.Row.BackColor = System.Drawing.Color.FromArgb(ค่าสี);

       }

   }

ตัวอย่าง

km11-2016-3

 

ก็จะเปลี่ยนสีพื้นหลังเฉพาะแถวที่ต้องการได้ผลดังนี้

km11-2016-2

การใส่ icon/logo ลงบน title website

การตกแต่งเว็บไซต์ให้สวยงามก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดให้เว็บไซต์ดูน่าสนใจ ไม่เว้นแม้แต่จุดเล็กๆน้อยๆอย่างชื่อเว็บไซต์ที่แสดงบนเบราเซอร์ ซึ่งนอกจากจะใช้แสดงชื่อเว็บไซต์ได้แล้ว ในการเขียนโค้ด เราสามารถใส่รูป icon หรือ logo ลงไปประกอบชื่อเว็บไซต์ได้อีกด้วย นอกจะให้ประโยชน์ในแง่ความสวยงามแล้ว มันยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตเห็นแถบชื่อเว็บไซต์นั้นๆได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถเลือก icon ที่มีสีสันและรูปที่สะดุดตา และสามารถใส่เอกลักษณ์เฉพาะตัวลงไปได้ ซึ่งขั้นตอนในการแต่งเว็บส่วนนี้ก็ไม่ได้ยุ่งยาก

untitled-3

รูป icon ของเว็บไซต์หลังใส่โค้ด

โค้ด html ที่ใช้

<link rel=”icon” type=”image/นามสกุลไฟล์” href=”pathที่อยู่ของรูปภาพที่จะทำเป็น icon หรือ logo” />

จะใส่ภายใน tag <head>….</head> ดังตัวอย่าง

untitled-2

code ที่ใช้ในการปรับแต่ง (กรอบสีส้ม)

ในส่วนของ type นี้จะเป็นการบอกว่าไฟล์รูปภาพนั้นเป็นไฟล์สกุลใด แต่ที่แนะนำคือไฟล์ .png ซึ่งจะเหมาะสำหรับการทำเว็บไซต์
ในส่วนของรูปภาพนั้น จะต้องนำมาใส่โฟลเดอร์โปรเจคของเว็บไซต์ก่อน แล้วจึงนำ path ที่อยู่ของรูปภาพมาใส่ใน href

 

ซึ่งหากทำถูกตามขั้นตอนจะได้ icon มาแสดงอยู่ทางซ้ายมือของชื่อเว็บไซต์ ดังภาพ

untitled-4

รูป icon ของเว็บไซต์หลังใส่โค้ด