Get Adobe Flash player

sarinya.k

การเซตค่าให้กับ DropdownList (ASP.NET C#)

ในการตั้งค่า Datasurce สำหรับตัว DropDownList จากตาราง ปกติสามารถเซตได้จากการเซตที่หน้า layout โดยเลือกจากไอเท็ม แต่ทั้งนี้ ในการเซตค่าก็สามารถดึงค่า DataTable เขียนผ่านโค้ดได้เช่นกัน ด้วยการเขียนชุดคำสั่งดังนี้

DropDownList1.DataSource = ชื่อ DataSet/DataTable;
DropDownList1.DataTextField = ชื่อ Col;
DropDownList1.DataValueField = ชื่อ Col;
DropDownList1.DataBind();

อธิบายโค้ด :

– DropDownList1.DataSource คือการตั้งค่า DataSource ให้กับตัว DropDownList (ซึ่งชื่อ DropDownList ในที่นี้คือ DropDownList1)
ในการเขียนให้นำชื่อ DataSet หรือ DataTable ที่ต้องการมาเติมหลังเครื่องหมายเท่ากับ

– DropDownList1.DataTextField ส่วนนี้คือการกำหนด Text ที่จะแสดงบนตัว DropDownList
โดยเวลาเซต ต้องเลือกจากชื่อ Column ของ DataTable ที่เลือกมา

– DropDownList1.DataValueField ส่วนนี้คือการกำหนด Value ที่จะแสดงบนตัว DropDownList (ซึ่งเป็นค่าที่จะถูกซ่อนไว้)
เวลาเซต ต้องเลือกจากชื่อ Column ของ DataTable เช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็น Column เดียวกันกับ DataTextField หรือไม่ก็ได้
ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่ผู้ใช้งานทำการ Select ค่าบน DropDownList แล้วต้องการให้เก็บค่าในรูปแบบใด

การสร้างปุ่มปิดซ่อนข้อความ ด้วย html

ในการเขียนบล๊อกหรือเว็บไซต์ บางครั้งผู้เขียนอาจต้องการใส่ลูกเล่นในการซ่อนข้อความบางอย่างไม่ให้แสดง และให้ผู้อ่านสามารถเลือกปิด-เปิดข้อความเองได้ เช่น

เมื่อกดปุ่ม ข้อความที่ซ่อนจะปรากฏ…

วิธีการซ่อนข้อความดังกล่าวสามารถทำได้ดังนี้

จากโค้ด จะแบ่งคร่าวๆได้ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนที่เกี่ยวกับปุ่มที่ใช้สั่งเปิดหรือปิดข้อความ จะอยู่ภายใต้แท็ก <button>  ซึ่งสามารถกำหนดค่า id ให้กับปุ่มในส่วนของ getElementById(‘ชื่อไอดี’) (ในตัวอย่างใช้ชื่อไอดีว่า spoiler) เพื่อใช้แยกแยะแต่ละปุ่ม

ส่วนข้อความที่แสดงบนปุ่มนั้น สามารถกำหนดในตำแหน่งที่วงด้วยเส้นสีเขียว (ในตัวอย่างใช้คำว่า เปิด/ปิด)

2. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อความ จะอยู่ภายใต้แท็ก <div> ซึ่งเราจะสามารถใส่ข้อความที่ต้องการซ่อนลงไปในตำแหน่งที่วงด้วยเส้นสีม่วง

 

ทั้งนี้ ในการสร้างปุ่มซ่อนข้อความ สามารถกำหนดให้แสดงข้อความใต้ปุ่มหรือแสดงข้อความเหนือปุ่มก็ได้ โดยการเรียงโค้ดทั้งสองส่วนตามลำดับ เช่น ถ้าอยากให้ข้อความอยู่เหนือปุ่ม ให้เขียนโค้ดส่วนที่ 2 ขึ้นก่อนโค้ดส่วนแรก

Credit : http://www.allbloggertricks.com/2013/05/how-to-add-openclose-button-to-blogger.html

การตรวจสอบ record ซ้ำในตารางด้วย SQL Command

ในการทำฐานข้อมูล มักประกอบด้วยข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาล บางครั้งอาจมีจำนวนที่มากเกินกว่าที่คนเราจะสามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดด้วยตาเปล่าได้ และหนึ่งในปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยก็คือ การมีข้อมูลซ้ำ ที่จะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และสามารถส่งผลกระทบต่อการ select ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นการตรวจสอบ record จึงมีความจำเป็นต่องานบางประเภท

ในการเขียนโค้ด SQL ที่เพื่อนับจำนวน record ซ้ำ จะใช้คำสั่งดังนี้

SELECT ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข , COUNT(*) count

FROM ชื่อตาราง

GROUP BY ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข Having COUNT(*) > 1

ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข ในที่นี้จะหมายถึง column ที่เราเลือกที่จะใช้เป็นตัวหลักในการตรวจสอบค่าซ้ำในแต่ละ record
ควรจะเลือก column ที่ไม่ควรมีค่าซ้ำหรือ primary key

เช่น ในฐานข้อมูลบุคคล column ที่สมควรจะเลือกใช้ในการตรวจสอบก็จะเป็น column จำพวกบัตรประชาชน เลขประจำตัว ซึ่งมักจะเป็นเลขเฉพาะที่ใช้ระบุถึงแต่ละคน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบค่าซ้ำ

ตัวอย่าง

SELECT CITIZEN_ID , COUNT(*) count

FROM EMPLOYEE

GROUP BY [CITIZEN_ID] Having COUNT(*) > 1

เมื่อพิมพ์คำสั่งและกด query คำสั่ง โปรแกรมจะนับจำนวน record ที่มีค่า CITIZEN_ID มากกว่า 1 record ขึ้นมาแสดง

ใส่สีให้เว็บด้วย CSS Color

การใช้สีเป็นองค์ประกอบพื้นฐานหนึ่งในการออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นสีพื้นหลัง สีตัวอักษรหรือองค์ประกอบอื่นๆบนเว็บไซต์

 

ในการเขียนโค้ด CSS ที่ใช้ในการปรับแต่งสี จะใช้คำสั่งดังนี้

color : ค่าสี ;

 

คำสั่ง color นี้จะใช้เป็นตัวกำหนดค่าสีของตัวอักษร แต่ถ้าหากว่าต้องการกำหนดค่าสีขององค์ประกอบส่วนอื่นบนเว็บไซต์ จะต้องกำหนดเพิ่มว่าต้องการตั้งค่าสีให้องค์ประกอบใด เช่น

  • ถ้าเป็นสีพื้นหลัง จะใช้คำสั่งเป็น background-color
  • ถ้าเป็นสีตัวอักษร จะใช้คำสั่งเป็น border-color

 

ส่วนค่าสีที่อยู่ในคำสั่งนั้น สามารถเขียนได้ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  • กำหนดโดยใช้ชื่อสี ซึ่งเป็น keyword ที่จะให้ค่าสี เช่น black ,skyblue ,green หรืออื่นๆ
  • กำหนดโดยใช้ค่าสี RGB ในรูปแบบคำสั่ง rgb(R,G,B) โดยที่ค่า R แทนค่าสีแดง G แทนค่าสีเขียว B แทนค่าสีน้ำเงิน ค่าตัวแปรทั้งสามสามารถมีค่าได้ตั้งแต่ 0-255 เช่น สีแดง จะเซตเป็น rgb(255,0,0)
  • กำหนดโดยใช้ค่าสี RGB ในรูปแบบคำสั่ง rgb(R%,G%,B%) โดยที่ค่า R แทนค่าสีแดง G แทนค่าสีเขียว B แทนค่าสีน้ำเงิน ค่าตัวแปรทั้งสามสามารถมีค่าเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 0%-100%
  • กำหนดโดยใช้ค่า Hex code (เลขฐานสิบหก) ในรูปแบบคำสั่ง #RRGGBB โดยค่าตัวแปรที่เรียงกัน เป็นการบอกค่าสีแบบ rgb แบบหนึ่งเช่นกัน โดยค่า RR จะหมายถึงค่าสีแดง GG จะหมายถึงค่าสีเขียว และ BB จะหมายถึงค่าสีน้ำเงิน แต่ละสีจะมีตัวแปรได้ 2 ตัว และตัวแปรแต่ละตัวจะมีค่าได้ตั้งแต่ 0-F เช่น สีแดง จะเซตเป็น #FF0000
  • กำหนดโดยใช้ค่า Hex code (เลขฐานสิบหก) แบบย่อ ในรูปแบบคำสั่ง #RGB ซึ่งมีหลักการเขียนแบบเดียวกับ Hex code ที่เขียนเรียงกัน 6 ตัว แต่แบบย่อจะลดเหลือ 3 ตัวแทน เช่น สีแดง จะเซตเป็น #F00

การใช้ CSS Border Radius

คำสั่งใน CSS ที่เกี่ยวกับ Border จะใช้จัดการเกี่ยวกับเส้นขอบต่างๆ เช่น ขอบตาราง กรอบล้อมรอบข้อความ กรอบตามค่าเริ่มต้น หากไม่เซตอะไร กรอบนั้นจะเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่เราก็สามารถปรับแต่งส่วนขอบได้ใหม่เช่นกัน ด้วยคำสั่ง  Border Radius  ที่ใช้สำหรับปรับแต่งให้ขอบของวัตถุให้มีลักษณะโค้งมน ไม่เป็นเหลี่ยมมุม

โค้ด css ที่ใช้ในการปรับแต่ง ใส่ทั้งหมด 3 บรรทัด ดังนี้

-webkit-border-radius:10px;
-moz-border-radius:10px;
border-radius:10px;

ในส่วนค่า px บนตัวคำสั่ง จะเป็นตัวกำหนดค่าความโค้งของขอบ ยิ่งค่าน้อย ขอบจะยิ่งเหลี่ยม ยิ่งค่ามาก ขอบจะยิ่งมน