Get Adobe Flash player

sompoch.k

ionic command

ionic command จะพิมพ์ใน command prompt (cmd) เพื่อทำงาน โดยมีคำสั่งที่สำคัญดังนี้

1) คำสั่งสร้าง apps

ตรง app1 คือชื่อ apps ที่จะสร้าง

2) คำสั่งเปิด run serve เพื่อจำลอง app ผ่าน browser เพื่อง่ายต่อการพัฒนา apps เริ่มต้น

3) คำสั่งปิด serve กรณีที่ทำแล้วอยากจำลองผ่าน emulator หรือ ผ่าน device จริงจะต้องปิด serve โดยพิมพ์

4) ให้ ionic download sources สำหรับใช้งานกับ android device

ให้ ionic download sources สำหรับใช้งานกับ iOS device

  • กรณีที่ error จากการ ใช้คำสั่ง ionic platform add สามารถใช้คำสั่ง remove ได้

5) run app

สำหรับ android device / emulator

สำหรับ iOS device (จะต้องใช้บน Mac OS และถ้าจะลงเครื่องจริงจะต้องทำผ่าน x code)

6) build icon / splash screen

ถ้ารูป icon หรือ splash ไม่เปลี่ยนให้พิมพ์เพิ่ม

 

คู่มือการอบรม Google Drive

1) Download การใช้งาน Google Drive ผ่านเว็บบราวเซอร์

2) Download วิธีดาวน์โหลดและติดตั้ง Google Drive บนเครื่องคอมพิวเตอร์

ระบบร้องเรียนจรรยาบรรณและวินัย

ระบบร้องเรียนจรรยาบรรณและวินัย เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลการร้องเรียนจรรยาบรรณและวินัย ที่สามารถเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอกสามารถเข้ามาดูข้อมูลการร้องเรียนได้ เพื่อความโปร่งใส่ของหน่วยงานภายใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร  โดยระบบจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ

1. ส่วนที่เป็น Public คือข้อมูลที่มีการคัดกรอง และปิดชื่อและข้อมูลที่สำคัญของผู้ร้องเรียนแล้ว
http://app.rmutp.ac.th/rulesrequest/RequestIntro.aspx หรือสามาถเข้าได้จากหน้าเว็บ rmutp.ac.th

  • มีคำแนะนำการร้องเรียน ที่ดึงจากส่วนที่ผู้ดูแลตั้งค่าใน Private
  • สถิติการร้องเรียน
  • เมนูร้องเรียน เมื่อกดแล้วจะเด้งเข้าหน้าร้องเรียน
  • รายการร้องเรียน แสดงข้อมูลเพื่อความโปร่งใสของหน่วยงานที่ถูกร้องเรียน

2. ส่วนที่เป็น Private ส่วนนี้จะใช้เจ้าหน้าที่ในการตรวจและคัดกรองข้อความก่อนการเผยแพร่
http://app.rmutp.ac.th/rulesrequest/Login.aspx

  • มีการ Login เข้าระบบ
  • มีกราฟแสดงสถิติการร้องเรียน
  • มีรายการร้องเรียนที่ยังไม่เผยแพร่ (ข้อมูลดิบ)
  • มีรายการร้องเรียนที่เผยแพร่ (ตัดข้อมูลที่เป็นความรับหรือความเป็นส่วนตัวออก)
  • สามารถตั้งค่าข้อความ คำแนะนำในการร้องเรียน
  • มีหน้าตั้งค่า user ใช้งานระบบ

SQL Server Error Cannot resolve the collation

เมื่อสร้าง Database ขึ้นมาใหม่แล้ว Server ที่ลง SQL Server ไม่ได้ SET Collation ให้ Default ภาษาไทยไว้ จะทำให้เมื่อสร้าง Database ใหม่มันจะไม่ Support ภาษาไทย ซึ่งจะขึ้นแจ้งทำนองว่า

Cannot resolve the collation conflict between “SQL_Latin1_General_CP1_CI_AS” and “Thai_CI_AS” in the equal to operation.

ดังภาพด้านล่าง

จากภาพจะสังเกตุว่ามีการแจ้งเตือนว่า Collation หรือภาษาที่ Database รองรับมันเป็น Latin นะ แต่ข้อความที่ถูกบันทึกเป็นภาษาไทยมันเป็น Thai_CI_AS มันเลยแสดงไม่ได้ วิธีปรับ Collation ให้รองรับ Thai_CI_AS ก็ไม่อยากให้เปิดหน้า Query มาโดยใช้ user ที่มีสิทธิเป็นผู้ดูแล Database ที่จะแก้ไข แล้วให้รันคำสั่ง

หลังจากนั้นเมื่อ run เสร็จให้กดคลิ๊กขวาที่ Database และเลือก Properties จะสังเกตุว่า Collation ถูกเปลี่ยนให้เป็น Thai_CI_AS แล้ว ดังภาพด้านล่าง

DevExpress : XtraReport set parameter to report

ถ้าเกิดใช้ XtraReport แล้วใช้ Datasource แล้วมาทำ Filter บางทีจะทำให้ช้าเพราะการ Filter จะทำหลังจาก select  ข้อมูลทั้งหมดมาแล้ว ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเอาข้อมูลทั้งหมด ให้เปลี่ยนมาใช้การตั้งค่า Parameter ให้กับ DataSource เพื่อแก้ปัญหาโหลดช้า ทำดังนี้ (ทำหลังจากสร้าง Xtrareport และ Add Datasource กับเลือก Query เรียบร้อยแล้ว)

1) เปิด Tools สำหรับ Xtrareport คือ Field List

2) ในเมนู Field List เลือกคลิ้กขวาตรง Parameter แล้ว Add Parameter

3) หลังจากนันมาที่ Report Explorer คลิ๊กขวาที่ sqlDataSource1 ที่เราสร้างตอนแรก เลือก Properties

จากภาพด้านบนให้คลิกที่เครื่องหมายบวกเข้าไปเรื่อยๆ แล้วกดตรง (Collection) ในส่วนของ Parameter

ตั้งค่า Parameter ดังนี้

หลังจากนั้นให้คลิกที่ Query เพื่อแก้ไข Query ดังภาพด้านล่าง

ในส่วนของ Where Clause ให้ใส่ Parameter ที่กำหนดลงไปดังภาพด้านล่าง

4) การรับค่า Parameter จาก URL แล้วที่เรียกว่า Query String ให้ไปกำหนดที่ Code Behide ของหน้า Page ที่เรียกใช้ XtraReport

สามารถดูตัวอย่างการทำได้ที่ activity.rmutp.ac.th ไฟล์ PrintTranscript5Normal.aspx

ปรับปรุง ระบบทรานสคริปกิจกรรม ออกใบรายงาน และออกใบทรานสคริป ปีการศึกษา 2559

ปรับปรุง ระบบทรานสคริปกิจกรรม ออกใบรายงาน และออกใบทรานสคริป ปีการศึกษา 2559 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เพิ่มรายงานสำหรับผู้ดูแลให้สามารถค้นหาทรานสคริปของ น.ศ. แต่ละคณะได้
  • ปรับปรุงตัวทรานสคริปกิจกรรมให้เป็นรูปแบบที่กำหนดขึ้นใหม่ โดยตามประเภทระดับการศึกษาของ น.ศ.
  • ปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคิดคะแนนผ่านไม่ผ่านการเข้าร่วม
  • ในหน้าของนักศึกษาสามารถพิมพ์ทรานสคริปเหมือนฉบับจริงได้

สำหรับผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่เมื่อเข้าหน้าจัดการสามารถค้นหาและทำการพิมพ์ทรานสคริปกิจกรรมได้ตามภาพ

*กรณีเป็นนักศึกษา 5 ปี จะมีสองหน้าตอนพิมพ์เป็นเอกสารจะต้องใช้กระดาษสองแผ่น และจะมีเลขที่หน้าแสดงด้านบนขวาเสมอ

 ผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่สามารถดูรายงานยอดรวมของนักศึกษาในแค่ละคณะแต่ละสาขาว่าผ่านการเข้าร่วมหรือไม่สามารถดูได้จากเมนู สรุปรายงานปีการศึกษา 2559 

นักศึกษาสามารถดูข้อมูลทรานสคริปของตัวเองได้ เพื่อเช็คว่าได้ผ่านการเข้าร่วมหรือไม่จากเมนูของนักศึกษาผ่านหน้าเว็บ

Custom fonts on DevExpress Extrareport

เนื่องจากการทำรายงานด้วย Extrareport จะต้องมีการเพิ่มอักษร Sarabun ลงไปเพื่อให้รายงานสามารถแสดงผลอักษรได้อย่างถูกต้องโดยที่เครื่อง client ที่ไม่มีอักษร Sarabun ก็สามารถที่จะแสดงผลได้ วิธีทำมีดังนี้

1. Download Font TH SarabunPSK และนำไปไว้ในฟอเดอร์ fonts (ถ้าไม่มีฟอเดอร์นี้ให้สร้างขึ้นมา)
2. สร้าง ExtraReport ขึ้นมาและในส่วนของ ExtraReport.cs (CodeBehide c#) จะต้องเพิ่มโค้ดลงไป

รูปภาพประกอบในข้อที่ 1,2
fonts1
3. ในส่วนของหน้า report.aspx ที่ไว้แสดง extrareport จะต้องใส่ @font-face ในส่วนของ css style ด้วย

fonts2

ปรับปรุงระบบลาออนไลน์ เพิ่มความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานลงไป

ปรับปรุงระบบลาออนไลน์ เพิ่มความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานลงไป โดยปกติจะมีแค่ความคิดเห็นของหัวหน้างาน และผู้ดูแลบุคลากรของหน่วยงาน ได้เพิ่มความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาระดับสูงลงไป เช่น ความคิดเห็นในการอนุมัติ ของ ผอ./คณะบดี โดยจะแสดงในหน้าใบลาดังภาพด้านล่าง

Restore Database SQL Server 2012,2016

เนื่องจากการสร้าง database ชื่อใหม่และทำการ restore จาก db หนึ่งไปยัง db หนึง เมื่อทำการ restore db จะพบว่ามันแจ้งว่าทำไม่ได้ เพราะมีการใช้งานอยู่ดังนั้น เราจึงต้องใช้คำสั่ง sql ในการ restore แทน (ประหนึ่งการ copy และ replace ไปยัง db ใหม่ที่สร้าง) ดังนี้

สังเกตุว่าเมื่อสร้าง db2 แล้วต้องการ copy db1 มาทับจะอ้างว่าเอาไฟล์จาก db1 และมีการย้าย mdf และ log ของ db1 ไปทับ db2.mdf และ db2.ldf