Get Adobe Flash player

การจัดการความรู้ KM

PHP การส่งค่าแบบ GET ผ่านทาง URL

PHP จะมีการส่งค่าตัวแปร 2 แบบ คือแบบ GET และ POST

การส่งค่าตัวแปรแบบ GET จะแสดงค่าที่ส่งผ่านทาง URL ซึ่งทำให้คนอื่นเห็นข้อมูลได้

ตัวอย่างการใช้งาน

เราจะส่งค่า id จากปุ่ม button ผ่าน url ไปยังอีกหน้า ซึ่งเรากำหนดชื่อตัวแปรไว้หลังเครื่องหมาย ?

จากตัวอย่าง

edit.php?id=
ค่าจาก button ที่ส่งค่ามานั้นมีค่า 1
การเรียกใช้ตัวแปรที่ส่งค่าผ่านมาจาก URL
ผลลัพธ์

SQL : การใช้ CASE WHEN

CASE WHEN เป็นรูปแบบคำสั่งในการเช็คเงื่อนไขเพื่อการแสดงผลในรูปแบบ SQL ซึ่งถ้าเปรียบเป็นการเขียนโค้ดในภาษาอื่นๆทั่วไปก็คือการเช็คเงื่อนไขแบบ IF…ELSE… นั่นเอง

 

รูปแบบคำสั่ง

SELECT
CASE WHEN เงื่อนไข(1) THEN คำสั่ง(1)
WHEN เงื่อนไข(2) THEN คำสั่ง(2)
WHEN เงื่อนไข(3) THEN คำสั่ง(3)
….

ELSE คำสั่งอื่นๆกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไขใด END AS ชื่อฟิลด์ที่ต้องการ
FROM ชื่อตาราง

ในการกำหนดเงื่อนไข จะเขียนหลัง WHEN ซึ่งหากเงื่อนไขถูกต้อง คำสั่งจะทำตาม THEN
แต่ถ้าไม่ถูกต้อง ก็จะไม่มีการทำตามคำสั่งหลัง THEN ของเงื่อนไขนั้นๆ แล้วจะไปเช็คเงื่อนไขถัดไปของคำสั่ง WHEN
โดย WHEN สำหรับเงื่อนไขแรกจะขึ้นต้นด้วย CASE WHEN ส่วนเงื่อนไขถัดๆไปจะเขียนด้วย WHEN
และถ้าสุดท้ายไม่เข้าเงื่อนไขใดๆเลยก็จะทำตามคำสั่งของ ELSE จากนั้นให้ปิด syntax การเช็คเงื่อนไขด้วย END

 

อธิบายตัวอย่างการใช้

สมมติ กรณีนี้เราต้องการดึงค่า citizen_id มาจาก employee โค้ดข้างต้นจะหมายถึง
สร้างเงื่อนไขว่า หากค่า id_card ไม่เป็นค่าว่าง และ nation_code เป็น TH ให้ดึงค่าจาก  id_card มาแสดง
แต่ถ้าหาก id_card ไม่เป็นค่าว่าง และ nation_code ไม่เป็น TH ให้ดึงค่าจาก  pass_id มาแสดง
แต่ถ้าไม่เข้าสองเงื่อนไขแรก (เช่น id_card เป็นค่าว่าง) ก็ให้แสดงคำว่า Unknown!! แทน

 

 

Devexpress – สร้างตัวเลือกปีบน Dropdown / Combobox

ในกรณีที่เป็นตัวเลือกปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะใช้การ datasource ดึงข้อมูลปีปัจจุบันจากข้อมูล DateTime ดังนี้

เมื่อกำหนดค่าและทำการ datasource จะได้ drop down หรือ combo box ที่แสดงค่าปีปัจจุบันตามที่กำหนด (ในที่นี้เลือกแสดงค่าเป็นปี พ.ศ.)

และเมื่อทำการกดที่ลูกศรทางขวาเพื่อดูตัวเลือก ก็จะแสดงตัวเลือกตามที่กำหนดไว้

 

PHP การเชื่อมต่อฐานข้อมูล MYSQL

PHP การเชื่อมต่อฐานข้อมูล

การใช้  PHP เชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบ PDO

ส่วน $servername , $username , $password จะเป็นส่วนในการ config ชื่อเซิฟเวอร์ ผู้ใช้และรหัสผ่านที่ต้องการกำหนด

และดัก Error โดยใช้คำสั่ง try catch

ส่วนต่อมาจะเป็นคำสั่งการเชื่อมต่อ MYSQL ผ่านตัวแปรที่ชื่อว่า $conn

ถ้าเชื่อมต่อสำเร็จจะแสดงข้อความว่า Connected successfully ขึ้นมา

ถ้าเชื่อมต่อไม่สำเร็จจะแสดงข้อความว่า Connection failed : (ข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อ)

 

DataTables Plug-in เพิ่มความสามารถให้ตารางข้อมูล รองรับหลาย CSS Framework

ปกติตารางข้อมูลที่ถูกสร้างด้วย HTML Table จะทำหน้าที่เพียงแค่แสดงผลตารางเท่านั้น เราสามารถใช้ DataTables ซึ่งเป็น jQuery Plugin ที่เป็น Open source โดย DataTable สามารถเปลี่ยนให้ตารางข้อมูลธรรมดา มีความสามารถเพิ่มขึ้นประกอบด้วย

  1. Pagination
  2. Instant search
  3. Multi-column ordering
  4. Use almost any data source
  5. Easily theme-able (รองรับหลาย CSS Framework)
  6. Wide variety of extensions
  7. Mobile friendly
  8. Fully internationalisable

การใช้งานเริ่มต้นด้วยการแนบไฟล์ CSS และ JavaScript (ต้องการ jQuery ด้วย) ของ DataTables

หรือถ้าต้องการใช้ร่วมกับ CSS Framework สามารถเลือกที่ Download Builder เพื่อเลือกว่าจะใช้อะไรบ้าง

จากนั้นสามารถเรียกใช้ Function ผ่าน Selector ของ jQuery ได้ดังนี้

ผลที่ได้ จะได้ตารางที่มีคุณสมบัติในการค้นหา เรียงลำดับ แบ่งหน้าได้ตามภาพ

CSS Effect zoom รูปภาพเพื่อเพิ่ม Interaction กับผู้ใช้

จากตัวอย่างใน Video เมื่อ hover ที่รูปใดใน Gallery รูปนั้นจะถูกซูมเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่ากำลังชี้ที่รูปใดอยู่ สามารถทำได้ดังนี้

HTML

 

CSS

ใน Class gallery-item สามารถนำ overflow: hidden; ออก เวลาที่ Hover ภาพจะขยายใหญ่เกินกรอบ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

การใช้ Plugin Content Views

Plugin Content Views

 

ปลั๊กอิน Content Views นั้นสามารถจัดการแบ่ง Grid และการโชว์ Posts ของเรื่องหรือหน้าแต่ละหน้าได้

 

1) เราสามารถกำหนดหัวข้อของหน้า

2) กำหนดเลือกเรื่องหรือหน้าที่จะนำมาแสดง

3) จำกัดการโชว์โพสต์ข้อแต่ละหน้า

 

 

 

สามารถเลือกหมวดหมู่เฉพาะ หรือ ป้ายกำกับ ในการแสดงโพสต์

 

 

 

 

 

หน้า Display จะเป็นการตั้งค่าการแบ่ง Grid และ List รายการโชว์โพสต์

การจำกัดการโชว์ตัวอักษร , หัวข้อโพสต์ และ ขนาดรูปของโพสต์ต่างๆ

และสามารถตั้งค่าการจำกัดการแสดงโพสต์แล้วขึ้นหน้าใหม่ได้โดยการติ๊กที่ Pagination ให้เป็น Enable

 

โดยการใช้งานนั้นสามารถนำ ShortCode  ไปวางในหน้าที่ต้องการแสดงโชว์

 

 

 

การสร้าง Brush ใช้เองบน Photoshop

กรณีที่ผู้ใช้อยากได้ brush ที่เป็นลวดลายเฉพาะ หรือในรูปแบบที่ถูกใจ สามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้

 

1. เลือกรูปที่ต้องการนำมาทำเป็น brush โดยทำการ crop รูปให้ได้ขนาดตามต้องการ

2. กดเลือกคำสั่งที่เมนู Edit > Define Brush Preset

3. ทำการตั้งชื่อ brush จากนั้นกด OK

4. brush ที่สร้างขึ้นเองจะถูกเพิ่มเข้าไป
ซึ่งจะดูได้จากรูปแบบของ brush เวลาที่กดใช้ (ส่วนที่เพิ่มใหม่จะอยู่ล่างสุด)

หรือสามารถดูได้จาก brush preset จากเมนู Window > Brush Preset (ส่วนที่เพิ่มใหม่จะอยู่ล่างสุด เช่นกัน)

 

หลังจากสร้างแล้ว เมื่อทดลองใช้ ก็จะได้ brush ในลวดลายตามที่ผู้ใช้ต้องการ

การ Upload รายชื่อ User Email Google

  • Click เข้าไปที่ผู้ใช้งาน

  • จากนั้นเข้าไปที่ Bulk upload users

  • ดาว์นโหลด CSV template จากนั้นเปิดไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา

  • กรอกข้อมูลต่างๆของ user โดยข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอกจะใส่ [required] ตามหลัง

เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้วให้กลับไปที่หน้าเมนู Bulk upload users

  • คลิก ATTACH CSV เพื่ออัพโหลดไฟล์ที่มีข้อมูลของ user

  • ซึ่งถ้าข้อมูลในไฟล์ที่ upload ไปนั้นมีปัญหาเราสามารถ Download Log มาเพื่อตรวจสอบได้

Download Log จะมีการแจ้งข้อผิดพลาดของข้อมูลอยู่

 

Smart Slider 3 WordPress Plugin สำหรับทำ slide ที่ฟรีและดีที่สุดในตอนนี้

โดยปกติ theme wordpress ส่วนใหญ่จะมีระบบ slide ติดมาด้วยเสมอเป็นของคู่กัน แต่ส่วนมากถ้าเป็น theme ฟรีมักจะแถม slide ที่มีตัวเลือกไม่เยอะ ปรับแต่งอะไรมากไม่ได้ ดังนั้นการเลือกใช้ plugin เสริมเพื่อทำหน้าที่แสดง slide จึงเป็นอีกทางเลือกที่หน้าสนใจ

ซึ่งในปัจจุบันถ้าเราค้นหา slide plugin จะพบว่า MetaSlideer มีผู้ใช้งานมากที่สุด (9 แสนเว็บไซต์) แต่เท่าที่ลองใช้ยังเป็นการทำ slide แบบเก่า และมีตัวเลือกน้อย จึงแนะนำให้ใช้ slide plugin Smart Slider 3 แทน ซึ่งมีผู้ใช้งานเป็นอันดับสอง (2 แสนเว็บไซต์) ดังภาพ

 

คุณสมบัติเด่นของ Smart Slider 3

  1. มีตัวเลือกเยอะมาก แม้ว่าจะเป็น Free version
  2. ไม่จำกัดจำนวน slide (แต่ไม่ควรใส่เยอะ 4 slide ถือว่าเยอะพอสมควรแล้ว)
  3. รองรับสีพื้นหลัง (background-color) ทั้งแบบสีเดียว และแบบไล่เฉดสี (gradient)
  4. รองรับ รูปภาพ, วิดีโอ,  post (สามารถกำหนด opacity ของรูปภาพได้)
  5. สามารถแทรก layer ได้หลาย layer
  6. ในแต่ละ layer รองรับทั้งข้อความ รูปภาพ ปุ่มกด รวมทั้งการกำหนด CSS หรือ Style ได้ค่อนข้างอิสระ
  7. สามารถจัด layout ของ layer ได้ด้วย

จากคุณสมบัติเด่นทั้งหมดที่ยกมา จะเห็นว่าเพียงพอต่อการทำ slide ดีๆ สวยๆ มีคุณภาพได้ไม่ยาก โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อรุ่น pro