Get Adobe Flash player

การจัดการความรู้ KM

Encoding utf8mb4 vs utf8 ใน MySQL แตกต่างกันอย่างไร

โดยปกติแล้ว utf8 นั้นคือรูปแบบการ Encode ตัวอักษรโดยการใช้ 4 byte ต่อ 1 ตัวอักษร แต่ใน MySQL กลับใช้ เพียง 3 byte ต่อ 1 ตัวอักษร ดังนั้น utf8 นั้นจริง ๆ มีชื่อเต็มว่า utf8mb3 ต่อมา MySQL จึงได้ออก Encode utf8 ใหม่ที่ใช้ 4 byte ต่อ 1 ตัวอักษร นั่นคือ utf8mb4 นั่นเอง

utf8mb4 ที่ใช้ 4 byte ต่อ 1 ตัวอัษรดีกว่ายังไง ?

แน่นอนว่า utf8mb4 จะต้องรองรับตัวอักษรได้มากกว่า utf8 ธรรมดา โดย utf8 ปกติใน MySQL นั้นจะรองรับเฉพาะ Basic Multilingual Plane (BMP) ซึ่งก็คือภาษาทั้งหมดที่มีใช้ในจริงในปัจจุบัน รวมทั้งตัวเลขและสัญลักษณ์ (นั่นก็เพียงพอแล้ว) แต่ utf8mb4 จะรองรับสัญลักษณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมอีก รวมทั้ง Emoji

ดังนั้นปัจจุบัน Software ต่าง ๆ เข่น WordPress หรือ Framework ก็จะแนะนำให้ใช้ utf8mb4 เป็น Character Set เริ่มต้น

วิธีการใช้ FTP-Simple บน VScode

ftp-simple เป็น Extensions ที่ไว้ใช้ Remote FTP ไปยังเครื่องเซิฟเวอร์

 

ขั้นตอนการติดตั้งไปที่เมนู Extensions ทางด้านซ้ายมือ

 

Search คำว่า ftp-simple ถ้าเจอแล้วกด Install

 

จากนั้นกด F1 จะปรากฏหน้าต่างดังรูปด้านล่างขึ้นมา

จากนั้นเลือก FTP connection setting แล้วจะปรากฏหน้าดังกล่าวขึ้นมา

จากนั้นให้ทำการ setting เพื่อที่จะใช้งาน FTP-simple

{
“name”: “my server2”,          // ชื่อ(ตั้งชื่ออะไรก็ได้)
“host”: “127.0.0.1”,                // IP Address ของเครื่องเซิฟเวอร์
“port”: 22,                              // Port SSH
“type”: “sftp”,                        // ใส่ sftp (Secured File Transfer protocol) หรือ ftp (File Transfer protocol)
“username”: “id”,                 // username ที่ใช้ login บนเครื่อง Server
“password”: “password”,   // password ที่ใช้ login บนเครื่อง Server
“path” : “/”,                          // path file ที่ต้องการเข้าถึงบนเครื่อง Server
“autosave” : false                // true จะเป็นการบันทึกการทำงานแบบ auto
                                                    false เป็นการบันทึกการทำงานโดยการกด Save หรือ Ctrl+s
“confirm”: false                  // true ก่อนบันทึกการทำงานจะมีหน้าต่างขึ้นมาให้กดยืนยัน
}                                            // false ก่อนบันทึกการทำงานจะไม่มีหน้าต่างขึ้นมาให้กดยืนยัน

re-Config Pure-FTPd-Mysql, php, phpMyAdmin หลังจาก Update Ubuntu 18.04

หลังจาก Update Ubuntu-18.04 และ Component อื่น ๆ จะพบปัญหาดังนี้

  1. รัน php ไม่ได้ เนื่องจาก PHP จะอัพเกรดเป็น 7.2 และยังไม่ enable *
  2. ไม่สามารถใช้ FTP ได้ เนื่องจาก pure-ftpd-mysql ไฟล์ config เดิมหาย *
  3. phpMyAdmin มีแจ้งเตือน error เนื่องจาก code ยังไม่ compatible กับ PHP 7.2
  4. ไม่สามารถใช้ .htaccess เนื่องจากยังไม่ AllowOverRide All ใน apache config

* สำคัญมากต้องรีบทำ เพราะมีผลต่อความปลอดภัย และการใช้งานเว็บไซต์

 

1. Enable PHP module ใน Apache

ข้อสังเกตคือ เมื่อเข้าเว็บไซต์จะพบว่าไม่รัน PHP แต่จะแสดง Code PHP ออกมาทางหน้าเว็บไซต์แทน (อันตรายมาก) วิธีการ Enable PHP ใช้คำสั่ง a2enmod (Apache2 Enable Module) เพื่อ enable PHP 7.2 จากนั้นให้ Restart Service Apache

จากนั้นลองเข้าเว็บไซต์ตรวจสอบว่าสามารถรัน PHP ได้เป็นปกติ

 

2. Re-Config pure-ftpd-mysql

ข้อสังเกตคือ จะไม่สามารถ Login เข้า FTP ได้ จะต้องแก้ไข Config pure-ftpd-mysql ใหม่ เริ่มต้นให้เข้า phpMyAdmin เพื่อตั้งค่า User pureftpd ใหม่

ไม่แน่ใจว่าใช้ pureftpd@localhost.localdomain ด้วยหรือไม่ ให้ Reset และ Gen-Passwordใหม่ และนำไปใช้ทั้ง 2 user นี้ได้เลย

เมื่อแก้ Password เสร็จ ให้ทำการเปลี่ยนชื่อ Table ใน Datebase pureftpd ด้วย จาก ftpd เป็น users (เพราะ  pure-ftpd รุ่นใหม่มีการเปลี่ยนชื่อ table ใน config)

จากนั้นให้ ssh(putty) ไปที่ Server และทำการแก้ไข Config ที่ไฟล์ /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf โดยจุดที่ต้องแก้คือ

  • MYSQLUser = pureftpd
  • MYSQLPassword = รหัสผ่านใหม่ (ของเดิมหายไปพร้อมกับ Config file)
  • MYSQLCrypt = md5

แล้วทำการ Restart Service pure-ftpd-mysql ด้วยคำสั่ง ทดลอง Login FTP จะต้องสามารถ Login ได้ตามปกติ

 

3. แก้ไข Error phpMyAdmin

Error นั้นอาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละเครื่อง อยู่ที่คนอัพเดท Ubuntu ว่าตั้งค่าอะไรไว้บ้าง สามารถแบ่ง Error ได้ดังนี้

  • 3.1 Error Mysql Connect phpmyadmin@localhost Password Yes
  • 3.2 Error “Warning in ./libraries/sql.lib.php#613 count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable”
  • 3.3 Blowfish too short

 

3.1 Error Mysql Connect phpmyadmin@localhost Password Yes

แก้ไข Config PHP file ที่ /etc/phpmyadmin/config-db.php โดยการลบให้ตัวแปร $dbuser, $dbpass เป็น string เปล่า ๆ ดังนี้

 

3.2 Error “Warning in ./libraries/sql.lib.php#613 count(): Parameter must be an array or an object that implements Countable”

แก้ไข PHP file ที่ /usr/share/phpmyadmin/libraries/sql.lib.php ในบรรทัดที่ 613 โดยเปลี่ยนจาก

 

3.3 Blowfish too short

แก้ไข PHP file ที่ /var/lib/phpmyadmin/blowfish_secret.inc.php โดยการเพิ่มความยาวให้ตัวแปร $cfg[‘blow_secret’] โดยการแทรก Random String ที่เป็น 0-9, A-Z, a-z เพิ่ม ให้เกิน 32 ตัวอักษร ตัวอย่างเช่น

ในแต่ละ Error ของ phpMyAdmin นั้นเมื่อแก้ไขเสร็จให้ลองเข้าตรวจสอบดู Error นั้นจะทยอยหายไป

 

4. Config ให้สามารถใช้ .htaccess ได้โดยการกำหนด AllowOverride All

ข้อสังเกตคือหน้าเว็บ WordPress ที่มีการใช้ Permalink เป็นชื่อ (ต้องใช้ .htaccess) จะไม่สามารถเปิดหน้านั้นได้ แก้ไขที่ไฟล์ Config  /etc/apache2/apache2.conf จากนั้นแก้ไข AllowOverride จาก None เป็น All ใน Directory /var/www ดังภาพ

แล้วสั่ง restart service apache2 ด้วยคำสั่ง

 

การติดตั้ง Apache, PHP และ MySQL บน macOS 10.x

ตั้งแต่ macOS version 10 เป็นต้นไปได้มีการติดตั้ง Apache และ PHP มาให้แล้ว เราเพียงแค่ต้องไปเปิดใช้งานเท่านั้น ส่วน MySQL จะต้องทำการติดตั้งด้วยตนเอง หรือ อาจจะตัดความยุ่งยากในการติดตั้งทั้งหมดนี้ด้วยการใช้ Software ที่ bundle ทุก ๆ อย่างมาให้อย่าง Xampp หรือ Mamp ก็ได้ แต่การติดตั้งทั้งหมดนี้ด้วยตนเองจะทำให้ได้ความรู้ไปด้วย

ในการ Enable Apache และ PHP จะทำผ่าน Terminal ทั้งหมด (macOS ที่ใช้ 10.14)

1. ตรวจสอบ Version ของ Apache เพื่อให้แน่ใจว่ามีการติดตั้ง Apache อยู่จริง โดยใช้คำสั่ง http -v 

2. เมื่อรู้ว่ามี Apache แล้ว สามารถสั่งเปิดการใช้งานด้วยคำสั่ง sudo apachectl start จากนั้นให้ใส่ Passwordของเจ้าของเครื่อง

3. ทดลองเปิด​ url  http://localhost จะเจอหน้า It’s Work ดังรูป

4. โดยปกติ Root directory จะอยู่ที่ /Library/WebServer/Documents/ ดังรูป (สามารถเขียน Website ลงใน Directory นี้ได้เลย)

5. ทดลองเข้าที่ url http://localhost/test/phpinfo.php เพื่อทดสอบ PHP จะพบว่าไม่สามารถรันได้ เพราะค่าเริ่มต้นของ Apache จะยังไม่เปิดการใช้งาน PHP

6. การเปิดใช้งาน PHP จะต้องแก้ไข Config ของ Apache ที่ /private/etc/apache2/httpd.conf โดยไฟล์ Config นี้จะต้องใช้สิทธิเจ้าของเครื่องเพื่อทำการแก้ไขไฟล์ ให้ทำการเปิด Terminal อีกครั้งและใช้คำสั่ง sudo vi /private/etc/apache2/httpd.conf จากนั้นให้ใส่ Password ของเจ้าของเครื่อง (vi เป็น Text editor สามารถดูวิธีการใช้ได้ที่ https://staff.washington.edu/rells/R110/)

7. การแก้ไข httpd.conf เพื่อเปิดใช้งาน PHP ให้ใช้คำสั่ง /php ใน Command Mode เพื่อค้นหาคำว่า “php” ใน config จากนั้นให้เข้าสู่ Insert Mode เพื่อแก้ไข Config โดยการเอาเครื่องหมาย “#” ออก (LoadModule php7_module…)  ดังรูป

8. จากนั้นออกจาก Insert Mode เข้าสู่ Command Mode และใช้คำสั่ง :wq เพื่อบันทึกและออกจาก vi

9. จะต้อง Restart Apache โดยใช้คำสั่ง sudo apachectl restart จากนั้น ทดลองเข้าที่ url http://localhost/test/phpinfo.php จะสามารถรัน phpinfo ได้

10. การติดตั้ง MySQL ให้ใช้รุ่น Free คือ MySQL Community Edition สามารถ Download ที่ https://dev.mysql.com/downloads/mysql/  ดังรูป ส่วนการติดตั้งก็สามารถติดตั้งได้ตามปกติ

11. การ เปิด/ปิด Service MySQL บน macOS ใช้คำสั่ง (ตั้งแต่ macOS Sierra เป็นต้นไป)

  • sudo launchctl load -F /Library/LaunchDaemons/com.oracle.oss.mysql.mysqld.plist
  • sudo launchctl unload -F /Library/LaunchDaemons/com.oracle.oss.mysql.mysqld.plist

12. Database Tool สำหรับ MySQL แนะนำ

 

PHP การส่งค่าแบบ GET ผ่านทาง URL

PHP จะมีการส่งค่าตัวแปร 2 แบบ คือแบบ GET และ POST

การส่งค่าตัวแปรแบบ GET จะแสดงค่าที่ส่งผ่านทาง URL ซึ่งทำให้คนอื่นเห็นข้อมูลได้

ตัวอย่างการใช้งาน

เราจะส่งค่า id จากปุ่ม button ผ่าน url ไปยังอีกหน้า ซึ่งเรากำหนดชื่อตัวแปรไว้หลังเครื่องหมาย ?

จากตัวอย่าง

edit.php?id=
ค่าจาก button ที่ส่งค่ามานั้นมีค่า 1
การเรียกใช้ตัวแปรที่ส่งค่าผ่านมาจาก URL
ผลลัพธ์

SQL : การใช้ CASE WHEN

CASE WHEN เป็นรูปแบบคำสั่งในการเช็คเงื่อนไขเพื่อการแสดงผลในรูปแบบ SQL ซึ่งถ้าเปรียบเป็นการเขียนโค้ดในภาษาอื่นๆทั่วไปก็คือการเช็คเงื่อนไขแบบ IF…ELSE… นั่นเอง

 

รูปแบบคำสั่ง

SELECT
CASE WHEN เงื่อนไข(1) THEN คำสั่ง(1)
WHEN เงื่อนไข(2) THEN คำสั่ง(2)
WHEN เงื่อนไข(3) THEN คำสั่ง(3)
….

ELSE คำสั่งอื่นๆกรณีที่ไม่เข้าเงื่อนไขใด END AS ชื่อฟิลด์ที่ต้องการ
FROM ชื่อตาราง

ในการกำหนดเงื่อนไข จะเขียนหลัง WHEN ซึ่งหากเงื่อนไขถูกต้อง คำสั่งจะทำตาม THEN
แต่ถ้าไม่ถูกต้อง ก็จะไม่มีการทำตามคำสั่งหลัง THEN ของเงื่อนไขนั้นๆ แล้วจะไปเช็คเงื่อนไขถัดไปของคำสั่ง WHEN
โดย WHEN สำหรับเงื่อนไขแรกจะขึ้นต้นด้วย CASE WHEN ส่วนเงื่อนไขถัดๆไปจะเขียนด้วย WHEN
และถ้าสุดท้ายไม่เข้าเงื่อนไขใดๆเลยก็จะทำตามคำสั่งของ ELSE จากนั้นให้ปิด syntax การเช็คเงื่อนไขด้วย END

 

อธิบายตัวอย่างการใช้

สมมติ กรณีนี้เราต้องการดึงค่า citizen_id มาจาก employee โค้ดข้างต้นจะหมายถึง
สร้างเงื่อนไขว่า หากค่า id_card ไม่เป็นค่าว่าง และ nation_code เป็น TH ให้ดึงค่าจาก  id_card มาแสดง
แต่ถ้าหาก id_card ไม่เป็นค่าว่าง และ nation_code ไม่เป็น TH ให้ดึงค่าจาก  pass_id มาแสดง
แต่ถ้าไม่เข้าสองเงื่อนไขแรก (เช่น id_card เป็นค่าว่าง) ก็ให้แสดงคำว่า Unknown!! แทน

 

 

Devexpress – สร้างตัวเลือกปีบน Dropdown / Combobox

ในกรณีที่เป็นตัวเลือกปีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะใช้การ datasource ดึงข้อมูลปีปัจจุบันจากข้อมูล DateTime ดังนี้

เมื่อกำหนดค่าและทำการ datasource จะได้ drop down หรือ combo box ที่แสดงค่าปีปัจจุบันตามที่กำหนด (ในที่นี้เลือกแสดงค่าเป็นปี พ.ศ.)

และเมื่อทำการกดที่ลูกศรทางขวาเพื่อดูตัวเลือก ก็จะแสดงตัวเลือกตามที่กำหนดไว้

 

PHP การเชื่อมต่อฐานข้อมูล MYSQL

PHP การเชื่อมต่อฐานข้อมูล

การใช้  PHP เชื่อมต่อฐานข้อมูลแบบ PDO

ส่วน $servername , $username , $password จะเป็นส่วนในการ config ชื่อเซิฟเวอร์ ผู้ใช้และรหัสผ่านที่ต้องการกำหนด

และดัก Error โดยใช้คำสั่ง try catch

ส่วนต่อมาจะเป็นคำสั่งการเชื่อมต่อ MYSQL ผ่านตัวแปรที่ชื่อว่า $conn

ถ้าเชื่อมต่อสำเร็จจะแสดงข้อความว่า Connected successfully ขึ้นมา

ถ้าเชื่อมต่อไม่สำเร็จจะแสดงข้อความว่า Connection failed : (ข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อ)

 

DataTables Plug-in เพิ่มความสามารถให้ตารางข้อมูล รองรับหลาย CSS Framework

ปกติตารางข้อมูลที่ถูกสร้างด้วย HTML Table จะทำหน้าที่เพียงแค่แสดงผลตารางเท่านั้น เราสามารถใช้ DataTables ซึ่งเป็น jQuery Plugin ที่เป็น Open source โดย DataTable สามารถเปลี่ยนให้ตารางข้อมูลธรรมดา มีความสามารถเพิ่มขึ้นประกอบด้วย

  1. Pagination
  2. Instant search
  3. Multi-column ordering
  4. Use almost any data source
  5. Easily theme-able (รองรับหลาย CSS Framework)
  6. Wide variety of extensions
  7. Mobile friendly
  8. Fully internationalisable

การใช้งานเริ่มต้นด้วยการแนบไฟล์ CSS และ JavaScript (ต้องการ jQuery ด้วย) ของ DataTables

หรือถ้าต้องการใช้ร่วมกับ CSS Framework สามารถเลือกที่ Download Builder เพื่อเลือกว่าจะใช้อะไรบ้าง

จากนั้นสามารถเรียกใช้ Function ผ่าน Selector ของ jQuery ได้ดังนี้

ผลที่ได้ จะได้ตารางที่มีคุณสมบัติในการค้นหา เรียงลำดับ แบ่งหน้าได้ตามภาพ

CSS Effect zoom รูปภาพเพื่อเพิ่ม Interaction กับผู้ใช้

จากตัวอย่างใน Video เมื่อ hover ที่รูปใดใน Gallery รูปนั้นจะถูกซูมเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่ากำลังชี้ที่รูปใดอยู่ สามารถทำได้ดังนี้

HTML

 

CSS

ใน Class gallery-item สามารถนำ overflow: hidden; ออก เวลาที่ Hover ภาพจะขยายใหญ่เกินกรอบ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง