Get Adobe Flash player

การจัดการความรู้ KM

ทำให้ Gridview Devexpress (MVC) แก้ไขได้

1 ไปที่ Global.asax

2. จะเจอ Application_Start() ให้ทำการใส่โค้ดนี้ลงไป

3. จะได้ดังในภาพ

4. ให้ทำการ Build โดยกด Ctrl+Shift+B  จะทำการ Build Project  แค่เท่านี้ก็จะสามารถแก้ไขจากตารางได้

 

Asp.net การใช้ DataGrid ใน Devexpress (MVC)

1 ทำการคลิกขวาที่ Model และเลือก ADD และเลือก ADO.NET  Entity Data Model

2 ทำการตั้งชื่อ Model

3 ทำการสร้าง Entity Data Model Wizard โดยเลือก EF Designer from database

4 ทำการ Connect กับดาต้าเบรดที่ต้องการ แล้วกด next  (ถ้าต้องการ Connect ใหม่ให้กด New Connection)

5 ทำการเลือกตาราง และกด Finish

6  ทำการ Bulid Project

7 คลิกขวาในหน้า View ที่ต้องการสร้าง DataGride

8  เลือก Data และเลือก Gridview 

9 ไปเลือกที่ Model Class และเลือก ชื่อตารางที่เราได้สร้าง Modelไว้ตอนแรกในที่นี้ ตารางที่นำเข้าไปชื่อ Login

10  Data Context Class ให้เลือกของ Entity ที่ ADO Entity ได้ทำการสร้างขึ้นมาให้

11  Coloums: เลือกที่เราจะให้มันแสดงใน  Gridview

12  Key Field  หรือ  primary key   ในนี้คือ LID

13 จากนั้น Devexpress จะปรากฎหน้าต่างแบบนี้ให้ก็อปปี้ไปใส่ในหน้า Laout ดังในภาพ

14  ให้ทำการ เอา Scripts ของ Jquery ไปวางไว้ด้านบนของ Scripts ของ Devexpress

 


 

15  ก็จะได้ Gridview  ดังภาพ

Error: The wait operation timed out เวลา Query ด้วย SQL Command

Error: The wait operation timed out เวลา Query ด้วย SQL Command แก้โดยเพิ่ม Timeout ตอนสั่ง Query เพิ่ม

Timeout1

Timeout2

 

 

แนะนำ ng-quill สำหรับทำ Text Editor แบบ wysiwyg บน AngularJS

ng-quill เป็น Library ที่ช่วยในการทำ Text Editor บน Web Application แบบ wysiwyg บน Framework AngularJS โดยตัวมันเองจะดึงเอา Library ที่ชื่อว่า Quill มาใช้งาน ผ่าน Directive และ Model ของ AngularJS

ความต้องการเริ่มต้นต้องทำการ Load JavaScript ที่จำเป็นประกอบด้วย

  1. AngularJS
  2. Quill
  3. ng-quill (JS + CSS)

จากนั้นให้แทรก Module “ngQuill” เข้าสู่ AngularJS

การเรียกใช้จะเรียกใช้ผ่าน Directive และผลลัพธ์จะอยู่ที่ Model โดยสามารถอ่าน Document ของ Quill ประกอบ

ผลลัพธ์บนหน้าจอ ด้านบนจะเป็น Expression แสดงข้อมูลของ Model ด้านล่างจะเป็น Text Editor

CSS : การใช้ overflow ในการจำกัดพื้นที่แสดงข้อมูล

กรณีที่เราอยากจัด layout บนหน้าเว็บเพจให้สวยงาม โดยกำหนดว่าอยากจะให้ข้อมูลแสดงภายในขนาดพื้นที่ๆจัดไว้ เราสามารถกำหนด style ด้วยคำสั่ง overflow เพื่อช่วยจัดการในกรณีที่ข้อมูลมีเนื้อหาหรือขนาดใหญ่เกินพื้นที่ๆกำหนดได้ ด้วยคำสั่ง

 

– overflow: รูปแบบที่ต้องการให้แสดง;

 

overflow สามารถแสดงผลในรูปแบบต่างๆ ตามตัวอย่าง โดยสมมติกำหนดพื้นที่แสดงข้อมูลเป็นพื้นที่สีฟ้า เมื่อเขียนคำสั่งรูปแบบต่างๆจะให้ผลต่างกันดังนี้

  •  overflow: visible แสดงข้อมูลที่ต้องการทั้งหมด

  • overflow: hidden ซ่อนข้อมูลส่วนที่ล้นเกินพื้นที่

  • overflow: scroll แสดงข้อมูลทั้งหมดภายใต้พื้นที่ที่กำหนด โดยใช้ scroll bar แสดงผลส่วนที่ล้น

  • overflow: auto แสดงผลอัตโนมัติ ถ้าข้อมูลเกินก็จะมีแถบ scroll bar ขึ้นให้ (ในรูปตัวอย่างข้อมูลเกิน จึงแสดงผลเหมือน scroll)

 

การเปลี่ยน port XAMPP SERVER ถ้าลงตัวจำลอง Web sever มากกว่า 1 ตัว

โดยในเครื่องนี้ได้ลง IIS (Internet Information Services) กับ XAMPP ไว้ในเครื่องเดียวกัน

ซึ่งทั้งสองตัวจะใช้ port 80 เป็นค่าเริ่มต้นเหมือนกัน

 

ซึ่งพิมพ์เข้า localhost จะเข้าไปที่ IIS จะทำให้เข้า XAMPP ไม่ได้เพราะใช้ port เดียวกัน

 

ซึ่งการเปลี่ยน port มีวิธีดังนี้

กด Ctrl+f จากนั้นพิมพ์ 80 แล้วกดค้นหา

 

จากนั้นเปลี่ยนทั้งสองจุดเป็นเลขอะไรก็ได้

จากตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็น port 81

 

จากนั้นกด Save

ลองเข้า localhost:81

เสร็จเรียบร้อย

 

วิธีการนับจำนวน User บน Microsoft Active Directory แยกตาม OU โดยใช้ PowerShell

เริ่มต้นด้วยการ Login (ด้วย User ที่มีสิทธิเพียงพอเช่น User ในกลุ่ม Admin Domain) เข้าสู่เครื่องที่เป็น Domain Controller บนระบบ Microsoft Active Directory จากนั้นให้ทำการเปิด Windows PowerShell

จากในให้ใช้คำสั่ง Get-ADUser ในชุดคำสั่ง Active Directory Cmdlets ดังนี้

ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวน User แยกตาม OU ทั้งหมด

ในกรณีที่ต้องการระบุเฉพาะ OU ที่ต้องการสามารใส่คำสั่ง -SearchBase และใส่ BaseDN เพิ่มเข้าไปได้ดังตัวอย่าง

 

Error Oracle เวลาแสดงผลใน Visual Studio ได้ แต่พอขึ้นหน้าเว็บจะ Error Could not load file or assembly ‘Oracle.DataAccess…

Could not load file or assembly ‘Oracle.DataAccess, Version=4.112.3.0, Culture=neutral, PublicKeyToken=89b483f429c47342’ or one of its dependencies. The system cannot find the file specified.

ErrorOracle1วิธีแก้

ErrorOracle2

 

การใส่ Parameters ใน Report Devexpress!!

  1.  ทำการใส่ DataSet ลง Reports ให้เรียบร้อย

 

2.  ไปที่ Field List (*ถ้าไม่เจอให้ไปคลิก Xreareports  บนแถบเมนู) แล้วคลิกขวาที่ Parameters และกด Add Parameters

 

3. เมื่อกด Add จะขึ้นหน้าจอดังภาพ

ทำการกรอก Name, Description ,เลือก Type ให้ตรงกับ Parameters และทำการติ๊ก Supports the collection of standard

values       และเลือก DataSource ที่ได้สร้างเอาไว้   ValueMember  คือค่าของ Parameter ส่วน DisplayMember คือส่วนที่         แสดงตอนเลือก Parameter

  • Name คือ ให้ตั้งชื่อ และสอดคล้องกับ Parameters
  • Description: คือคำอธิบายของ Parameters
  • Type : ประเภทของ Parameters

4.  หลังจากนั้นให้กด ปุ่ม บนหัวมุมReport  และไปที่ช่อง Filter String  และคลิกตามรูป

5.  และทำการคลิก + เพื่อเลือก Parameters

 

6. ทำการเลือก Parameters ที่ต้องการ

 

7.  ตรงนี้คือเป็นการเลือก operators  ที่ต้องว่าว่าจะให้ทำอะไร

8.  และกดต้องเครื่องหมายดินสอ โปรแกรมจะทำการ สร้า Parameters มาเก็บและไปหาค่า และกด OK

 

9.  แค่นี้เราก็จะได้ การเลือกค่า Parameters ตามที่ต้องการ

การติดตั้ง Open edX ผ่าน Virtual machine

Download ไฟล์ Open edX จากเว็บไซต์

https://bitnami.com/stack/edx/virtual-machine

 

จากนั้นเปิดโปรแกรม Virtual Box ขึ้นมาเลือก “File -> Import”

 

 

Brows ไฟล์ OpenedX ที่ดาวน์โหลดมา จากนั้นกด Import

เปลี่ยน Guest OS Type เป็น Debian (64Bit หรือ 32 Bit)

Linux > Debian(ุ64 Bit)

กด Import

 

เมื่อโปรแกรมทำการ Import File เสร็จเรีัยบร้อยแล้วจากนั้น กด Start รอโปรแกรม Run จนขึ้นหน้า

รหัสที่ใช้ Login

User: bitnami

Password : bitnami

ขั้นตอนนี้จะเป็นการเปิดใช้งานหน้า Desktop โดยใช้คำสั่ง

กด Y เพื่อยืนยัน