Get Adobe Flash player

การจัดการความรู้ KM

การหาชื่อ Columns จากทุกตารางใน DATABASE SQL

 

CSS : การตกแต่ง link

โค้ด css จะใช้ในการตกแต่งส่วนต่างๆของหน้าเว็บไซต์ให้มีความสวยงาม คราวนี้เราจะมาอธิบายในส่วนของการใส่สีส่วนต่างๆของ link ที่อยู่ภายใต้ <style>…</style>

  • a:link จะเป็นส่วนสำหรับตั้งค่าตกแต่ง link ที่แสดงปกติ
  • a:visited จะเป็นส่วนสำหรับตั้งค่าตกแต่ง link ที่ผู้ใช้งานเคยคลิกแล้ว
  • a:hover จะเป็นส่วนสำหรับตั้งค่าตกแต่ง link ในเวลาที่เลื่อนเมาส์เข้าไปยังบริเวณ link นั้นๆ
  • a:active จะเป็นส่วนสำหรับตั้งค่าตกแต่ง link ในเวลาที่ผู้ใช้งานกดคลิก link นั้นๆ

 

ตัวอย่างการตั้งค่า

ผลลัพทธ์ที่ได้

  • a:link ตั้งค่า background เป็นสีเหลือง จึงแสดงผลลัพธ์นี้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับ link

  • a:hover ตั้งค่า background เป็นสีเขียวอ่อน จึงแสดงผลลัพธ์นี้เมื่อผู้ใช้งานนำเมาส์ไปวางบริเวณ link

  • a:active ตั้งค่า background เป็นสีชมพู จึงแสดงผลลัพธ์นี้ในขณะที่ผู้ใช้งานคลิกเมาส์ที่ตัว link

  • a:visited ตั้งค่า background เป็นสีฟ้า จึงแสดงผลลัพธ์นี้หลังจากกลับมาที่หน้าเดิมที่เคยคลิก link ดังกล่าวไปแล้ว

 

การตรวจสอบ OS, Web Browser ของผู้ใช้จาก HTTP User Agent

เมื่อใช้ Web Browser เข้าใช้งานเว็บไซต์จะมีตัวแปร (Object) อยู่ตัวหนึ่งใน JavaScript ชื่อว่า navigator (window.navigator) ดังภาพ

Object navigator นั้นจะมี Property มากมายที่สามารถนำไปใช้ได้ หนึ่งในนั้นคือ userAgent คือสิ่งที่เราจะใช้ในการระบุว่าผู้ใช้นี้ใช้งานเว็บไซต์ของเราผ่าน OS อะไร ด้วย Web Browser อะไร รุ่นไหน ดังภาพ

เมื่อเรียกใช้งาน window.navigator.userAgent ดังตัวอย่างจะได้ข้อความ “Mozilla/5.0 (Macintosh; Intel Mac OS X 10_13_2) AppleWebKit/537.36 (KHTML, like Gecko) Chrome/63.0.3239.132 Safari/537.36” เรียกว่า User Agent String โปรดสังเกตจะพบว่าในข้อความมีระบุอยู่ว่าเป็น OS ประเภท Macintosh รุ่น OSX 10_13_2 ส่วน Web Browser เป็น Chrome รุ่น 63

โดยทั้งหมดนี้เป็นการเรียกดูในฝั่งผู้ใช้ (Client) ถ้าต้องการเรียกดูในฝั่ง Server ก็สามารถทำได้เช่นกัน ตัวอย่างในภาษา PHP จะใช้ $_SERVER[‘HTTP_USER_AGENT’]

วิธี Extract เพื่อแยก OS, Web Browser อย่างง่าย ๆ จาก User Agent String ผู้เขียนใช้วิธีการตรวจสอบกับเว็บไซต์ http://www.useragentstring.com/ สามารถค้นหาโดยการใช้ User Agent String ไปค้นโดยตรง หรือเรียกใช้งานผ่าน Web API

ถ้าต้องการใช้งาน Web API แนะนำให้เรียกในฝั่ง Server (เพราะจากการทดลองใช้งาน Web API ด้วย JavaScript จะติดปัญหาเรื่อง Cross domain) ดังตัวอย่างจะเป็นการเรียก Web API ด้วย PHP cURL

 

Web API จะตอบกลับ (Respond) เป็นข้อความในรูปแบบ JSON สามารถใช้ json_decode เพื่อแปลงให้อยู่ตัวแปร Array หรือ Object จากนั้นแสดงผลผ่าน print_r จะได้โครงสร้างทั้งหมดของ $useragent ดังภาพ

การค้นหา String ในทุกตารางของ DATABASE SQL Server 2012

นำ Query นี้ลงไปใน New Qurey ของ Sql server และ ใส่คำที่ต้องการหาและกด F5 จะได้ผลลัพธ์ ว่าอยู่ตารางไหน

CSS : การใช้ cursor

ปกติแล้วเวลาใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ CURSOR หรือเมาส์ที่ชี้มักจะแสดงในรูปลูกศร หรือเป็นรูปมือเวลาเลื่อนเมาส์ไปชี้ที่ LINK ต่างๆ แต่ถ้าต้องการตกแต่งเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น การเปลี่ยนรูป CURSOR ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ

การเปลี่ยนรูป CURSOR สามารถเขียนด้วย CSS ด้วยคำสั่งนี้

cursor: รูปแบบที่ต้องการให้แสดง;

 

ตัวอย่างการใช้

<a href=”https://www.yourlink_url.com” style=”cursor:crosshair“>ลากเมาส์มาตรงนี้</a>

 

ผลลัพธ์

ลากเมาส์มาตรงนี้
 

เมื่อเลื่อนเมาส์ไปชี้ จะสังเกตได้ว่า CURSOR จะแสดงผลต่างไปจากปกติ ซึ่งเป็นไปตามรูปแบบที่เรากำหนด
ซึ่งรูปแบบของ CURSOR ภายใต้คำสั่ง CSS ที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้หลายรูปแบบ อย่างเช่นรูปนี้

Credit :

  • http://coursesweb.net/css/css-cursor-property-custom-cursors
  • https://www.webcodegeeks.com/css/css-cursor-pointer-example/
  • http://www.codetukyang.com/html/technic/mouseover_chg_cursor.htm

การใช้ jQuery Validation

Download File จากลิ้งค์นี้

https://github.com/jquery-validation

 

 

จากนั้นนำไปวางไว้ในโฟลเดอร์

 

เรียกใช้

โดยใส่ไว้ในส่วนของ<head> ของไฟล์ HTML

 

ตั้งชื่อ id ให้ฟรอมที่ต้องการจะตรวจสอบ

 

 

ตั้งชื่อให้ input ที่ต้องการจะให้ตรวจสอบ

 

จากนั้นสร้างไฟล์  validate.js

 

 

rules : จะเป็นส่วนในเงื่อนไขของการตรวจสอบ

messages : จะเป็นการกำหนดข้อความในการแสดง error message

 

Validate confirm password (Angularjs directive)

โดยปกติแล้ว Angularjs จะ build-in validation มาให้สำเร็จแล้ว แต่หากต้องการ validate confirm password เวลาสมัครสมาชิกหรือลงทะเบียนว่าตรงกับ password ที่ตั้งตอนแรกหรือไม่ สามารถใช้ directive ช่วยเพื่อให้การตรวจสอบ form ทำได้ครบสมบูรณ์

เริ่มต้นด้วยการสร้าง directive

Html (Bootstrap 3.x) ใช้ directive ในรูปแบบ attribute แทรกไว้ใน input confirm password

ผลลัพธ์

ทำให้ Gridview Devexpress (MVC) แก้ไขได้

1 ไปที่ Global.asax

2. จะเจอ Application_Start() ให้ทำการใส่โค้ดนี้ลงไป

3. จะได้ดังในภาพ

4. ให้ทำการ Build โดยกด Ctrl+Shift+B  จะทำการ Build Project  แค่เท่านี้ก็จะสามารถแก้ไขจากตารางได้

 

Asp.net การใช้ DataGrid ใน Devexpress (MVC)

1 ทำการคลิกขวาที่ Model และเลือก ADD และเลือก ADO.NET  Entity Data Model

2 ทำการตั้งชื่อ Model

3 ทำการสร้าง Entity Data Model Wizard โดยเลือก EF Designer from database

4 ทำการ Connect กับดาต้าเบรดที่ต้องการ แล้วกด next  (ถ้าต้องการ Connect ใหม่ให้กด New Connection)

5 ทำการเลือกตาราง และกด Finish

6  ทำการ Bulid Project

7 คลิกขวาในหน้า View ที่ต้องการสร้าง DataGride

8  เลือก Data และเลือก Gridview 

9 ไปเลือกที่ Model Class และเลือก ชื่อตารางที่เราได้สร้าง Modelไว้ตอนแรกในที่นี้ ตารางที่นำเข้าไปชื่อ Login

10  Data Context Class ให้เลือกของ Entity ที่ ADO Entity ได้ทำการสร้างขึ้นมาให้

11  Coloums: เลือกที่เราจะให้มันแสดงใน  Gridview

12  Key Field  หรือ  primary key   ในนี้คือ LID

13 จากนั้น Devexpress จะปรากฎหน้าต่างแบบนี้ให้ก็อปปี้ไปใส่ในหน้า Laout ดังในภาพ

14  ให้ทำการ เอา Scripts ของ Jquery ไปวางไว้ด้านบนของ Scripts ของ Devexpress

 


 

15  ก็จะได้ Gridview  ดังภาพ

Error: The wait operation timed out เวลา Query ด้วย SQL Command

Error: The wait operation timed out เวลา Query ด้วย SQL Command แก้โดยเพิ่ม Timeout ตอนสั่ง Query เพิ่ม

Timeout1

Timeout2