Get Adobe Flash player

การใช้งาน Modal Bootstrap

การใช้ Modal Bootstap

เพิ่ม script ไว้ในหน้า html ในส่วนล่างของ </body>

สามารถเลือก version ได้จากเว็บไซต์ด้านล่าง

 

 

โค้ดในส่วนนี้เป็นการเพิ่มปุ่ม Button ที่คลิกให้ฟังก์ชั่น Modal ทำงาน

 

โค้ดในส่วนนี้เป็นส่วนกำหนดส่วนต่างๆของ Modal

 

 

 

 

 

 

Task Scheduler Run Script aspx โดย Powershell (เอาไว้ส่ง Mail)

  1. เปิด Task Scheduler   และกด  Create Task


 

2.ใส่ชื่อ Task ตรง Name


3.ไปแทบ Trigger และกด New

4. เลือก Daily เพราะให้ทำประจำทุกวัน

Repeat task every คือ ให้ทำซ้ำทุกๆ 5 นาที

และกด OK

5. ไปที่แทบ Actor  และกด New จะขึ้นหน้าต่างตามนี้ และจากนั้น

ไป Browse โปรแกรม Powershell.exe

Add arguments ให้ใส่สคิปตามข้างล่าง

 

และ Setting ตามที่ตั้งมาแต่ต้น และกด OK

AngularJS วิธี setDirty และ setTouched กับ required input ที่ผู้ใช้ไม่ได้กรอก

ปกติเมื่อใช้ AngularJS จะมีการ Validate Form ให้อัตโนมัติโดยปกติจะมีเงื่อนไขในการแสดงข้อความแจ้งเตือนให้กรอกข้อมูลดังนี้

  1. Invalid คือ Input ที่ไม่ถูกต้อง เช่น ต้องกรอก (required) แต่ไม่กรอก หรือ กรอกข้อมูลผิด format / ผิดประเภท
  2. Dirty คือ Input มีการคีย์ข้อมูล หรือเลือกข้อมูลแล้ว
  3. Touched คือ Input ที่เคยถูกคลิกเลือก หรือแตะเพื่อจะคีย์  (Focus)

แต่ก็มีปัญหาอยู่ว่า ถ้า require input ที่ยังไม่ได้กรอก หรือยังไม่ได้แตะต้องเลย จะไม่มี Dirty หรือ Touched พอผู้ใช้กด Submit Form ก็จะไม่เห็นการแจ้งเตือน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการสั่ง Set Dirty และ Touched เพื่อให้ข้อความแจ้งเตือนในแต่ละ input ที่ Invalid แสดง โดยใช้ Code ดังนี้

อย่างไรก็ตาม Code นี้สามารถรองรับเมื่อมีการใช้ Sub Form ด้วย

ASP.net C# ใช้ Culture UI แสดงผลรูปแบบที่รองรับภาษาไทย

โดย ให้เรา ก็อป UICulture=”th” Culture=”th-TH” ไว้บน TAG Page บนหัวสุด

และวิธีการใช้คือ   ให้เรา ตั้ง  Format ตามที่ต้องการจะมีผลออกมาในรูปแบบของไทย

( ลิ้งสำหรับ Format   https://docs.microsoft.com/en-us/dotnet/standard/base-types/custom-date-and-time-format-strings)

CSS Order List แบบหลายระดับเช่นข้อ 1. มีข้อย่อยเป็น 1.1 ย่อยอีกเป็น 1.1.1.

โดยปกติการใช้ HTML Order List แบบหลายระดับดังภาพ

จะมีการแสดงผลในแต่ละข้อเพียงระดับเดียว เช่น ข้อ 1. มีข้อย่อยก็จะเป็น 1. ดังภาพ

ถ้าหากเราต้องการให้แสดงแบบหลายระดับ เช่น ข้อ 1. มีข้อย่อยเป็น 1.1 ย่อยอีกเป็น 1.1.1. สามารถกำหนด CSS โดยใช้ counter ดังนี้

ผลลัพธ์ที่ได้

วิธี Setup FTP Service บน Windows server

 

เข้าไปที่ Server Manager 

 

เลือก Add roles and features

 

 

 

 

 

เลือก Service ที่ต้องการจะติดตั้ง

 

เมื่อทำการ Install Service เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปยัง Tools > Internet Information Services (IIS) manager

 

 

คลิกขวา Sites > Add FTP Sites

 

ตั้งชื่อ FTP และ Path Files ของ ftp

 

เลือก IP Address และ Port ที่ต้องการทำ FTP 

 

ขั้นตอนการเพิ่ม การชี้ที่อยู่ของ Directory Folder

 

จากนั้นไปที่  FTP Authentication ที่เราสร้าง เพื่อทำการ Enable Group ของผู้ใช้

 

เมื่อทำงานตั้งค่าเสร็จเรียบร้อย

ให้ทดลองใช้ FTP โดยตัวอย่างจะใช้ Filezila

โดย Password นั้นจะเป็น Password ที่remote ไปยังเครื่อง Server

 

CSS : การเน้น text input เวลาทำการกรอกข้อมูล

ปกติเมื่อมีการใช้งาน text input หากไม่มีการตกแต่งใดๆ ในขณะที่ทำการที่กรอกข้อมูลลงไป textbox input ก็จะมีรูปลักษณ์ไม่ต่างไปจากตอนที่ไม่ได้กรอกข้อมูล แต่ถ้าหากต้องการเพิ่มลูกเล่นให้ text input มีการเน้นจุดที่ทำการกรอกข้อมูล ก็สามารถทำได้โดยกำหนดค่า input ภายใต้ <style>…</style> แล้วใช้โค้ดนี้

input[type=ประเภทtextbox]:focus {
ลักษณะ text input ที่ต้องการ เช่น สี สีขอบ ความหนาของขอบ ฯลฯ;
}

 

ตัวอย่างการใช้งาน (สมมติกำหนดให้ input 2 ประเภทแสดงผลต่างกัน)

 

จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

– เมื่อทำการกรอกส่วนที่เป็นประเภท text
ส่วนที่ทำการกรอกข้อมูลจะขึ้นขอบสีดำหนารอบตัว text input ตามที่ตั้งค่าไว้ว่า border: 3px solid #555

– เมื่อทำการกรอกส่วนที่เป็นประเภท password
ส่วนที่ทำการกรอกข้อมูลจะมีพื้นหลังสีเหลืองอ่อนภายใน text input ตามที่ตั้งค่าไว้ว่า background-color: lightyellow

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ทำให้ text input ทั้งสองประเภทแสดงผลลัพธ์ต่างกัน อยู่ที่คำสั่งภาย :focus ของ input แต่ละชนิดนั่นเอง
ซึ่งการกำหนด input[type=???]:focus ก็ต้องสอดคล้องกับ type=”???”  ที่เซตบนตัว input ด้วย

การใช้งาน Popover Bootstrap

Popover คือเครื่องมือที่มีลักษณะเหมือนกล่องข้อความที่เป็นแบบ pop up เด้งขึ้นมา

การใช้งาน popover เบื้องต้น โดยใส่ BootstrapCDN ไว้ในหน้า html ในส่วนของ <head>

เราสามารถกำหนดทิศทางการแสดงข้อความของ popover ได้ 4 ทาง คือ ซ้าย ขวา บนและล่าง

 

ในส่วนของการกำหนดทิศทางเราสามารถแก้ไขในส่วน data-placement = top / left / right / bottom

ข้อความที่ต้องการใส่อยู่ในส่วนของ data-content

 

popover นั้นต้องใช้ Javascript ในการทำงาน

 

จากนั้นก็สามารถใช้ popover ได้

 

 

 

 

การใช้ Sass ฉบับย่อเพื่อช่วยเขียน CSS ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Sass คืออะไร ?

Sass คือ CSS Preprocessor หรือพูดง่าย ๆ ว่าเราจะเขียน Sass ตามที่ต้องการโดยอาศัยเทคนิคทางด้านการเขียนโปรแกรมโปรแกรมมาช่วยให้เขียนง่ายขึ้น หลังจากนั้นหากต้องการนำไปใช้ จำต้องทำการ Compile เป็น CSS ก่อนจึงจะนำไปใช้ได้

ประโยชน์ของการใช้ Sass นั้นมีมากพอและคุ้มค่าในระยะยาวหากจะต้องทำการเขียน CSS กับงานที่ซับซ้อน มีการแก้ไขบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดค่าเป็นตัวแปร แล้วนำไปวางแทนค่าดิบ ๆ  หรือการ Include Code ที่ต้องการใช้ซ้ำ ๆ ซึ่งถ้าเป็น CSS เราจะต้องเขียนใหม่เองทุกบรรทัด หากต้องแก้ ก็ต้องมาไล่แก้ทุกบรรทัด

วิธีการเขียน Sass

การเขียน Sass จะมี Syntax คล้ายคลึงกับ CSS คือถ้าเราเขียน CSS ได้ก็เข้าใจ Sass ได้ไม่ยาก การเขียนจะแบ่งออกเป็น 2 Syntax คือ .sass และ .scss สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://sass-lang.com/guide

โดยในตัวอย่างจะใช้ Syntax แบบ SCSS (เหมือน CSS มากกว่า) ดังเช่นการตั้งค่าเป็นตัวแปร แล้วนำไปใช้

เมื่อเขียนเสร็จจะได้ไฟล์ .scss เรายังไม่สามารถนำไปใช้ได้ จะต้องทำการ Compile เป็น CSS ก่อน

วิธีการ Compile Sass เป็น CSS

สามาถทำได้ 2 วิธีคือใช้ Application และ Command line ดูเพิ่มเติมที่ https://sass-lang.com/install แต่ในตัวอย่างจะใช้ Application โดยจะแนะนำให้ใช้เป็น Koala สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows และ Mac และยังเป็น Opensource สามารถ Download ได้ที่ http://koala-app.com/

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วสามารถเปิด Koala แล้วคลิกปุ่ม + เพื่อเลือก Folder Project งานที่ต้องการ ระบบจะแสดงไฟล์ที่ Koala รองรับ (Koala เป็น Tool สำหรับ develop web app ที่ทำได้หลายอย่าง) เราสามารถเลือกไฟล์ .scss ที่ต้องการ แล้วจะมีแถบเมนูขึ้นด้านขวา สามารถคลิกปุ่ม Complie เพื่อสร้างไฟล์ CSS ได้เลย

แต่ถ้าเราเลือก Auto Compile ไว้ ถ้ามีการแก้ไขไฟล์ .scss อีกครั้ง Koala จะทำการ Complie CSS ใหม่ทันที

การหาชื่อ Columns จากทุกตารางใน DATABASE SQL