Get Adobe Flash player

sarinya.k

HTML : การใส่ลูกเล่นให้รูปภาพเปลี่ยนรูปเมื่อนำเมาส์ไปชี้

การใส่ลูกเล่นให้กับรูปภาพที่นำมาประกอบบนเว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งในวิธีเพิ่มความน่าสนใจให้แก่เว็บไซต์ คราวนี้เราจะมานำเสนอการใส่รูปภาพที่มีลูกเล่น สามารถเปลี่ยนรูปได้เมื่อนำเมาส์ไปชี้ที่รูปภาพ และรูปจะเปลี่ยนกลับคืนเมื่อนำเมาส์ออกห่างจากรูป ซึ่งสามารถเขียนจากโค้ดได้ ดังนี้

<img src=”urlรูปภาพที่ 1” border=”0″
onmouseover=”this.src=’urlรูปภาพที่ 2‘;”
onmouseout=”this.src=’urlรูปภาพที่ 1‘;”
/>

ตัวอย่างการใส่โค้ด :

ในการนำรูปภาพมาใส่ลูกเล่น ให้นำ url รูปภาพมากำหนดให้กับค่า src ซึ่งจะต้องตรงกับ url ที่ใช้กับ onmouseout (ตามตัวอย่างใช้ไอคอนพื้นหลังสีฟ้า) ในขณะที่ url ที่ใช้กับ onmouseover จะกำหนดเป็นอีก url หนึ่ง (ตามตัวอย่างใช้ไอคอนพื้นหลังสีเขียว)

ซึ่งจะแสดงผลได้ดังนี้

  • ลักษณะรูปภาพในหน้าเว็บปกติ จะแสดงรูปที่ 1 (url รูปใน src และ onmouseout)

 

  • เมื่อนำเมาสืชี้ไปที่รูปภาพไอคอนที่เชตไว้ ลักษณะรูปภาพในหน้าเว็บจะเปลี่ยนเป็นรูปที่ 2 (onmouseover)

ทั้งนี้ หากผู้ใช้นำเมาส์ออกห่างจากพื้นที่ของรูปภาพ รูปภาพเดิมที่เซตไว้ก็จะกลับคืนมาเป็นหน้าเว็บไซต์ปกติ

การใส่ Placeholder ลงใน Text input

Placeholder คือข้อความตัวอย่างหรือคำอธิบายที่ใส่ text input เพื่ออธิบายคุณลักษณะของ text หรือ textarea หรือกระทั่งใช้ในการยกตัวอย่างรูปแบบข้อความที่อยากให้ผู้ใช้งานกรอกลงในหน้าเว็บไซต์ เช่น รูปแบบการกรอกอีเมล หรือ ตัวอย่างการกรอก url เพื่อแสดง link website

Code ที่ใช้ :

placeholder=“ตัวอย่างข้อความ”

 

ตัวอย่างการใช้ :

จะแสดงผลได้ดัวตัวอย่าง :

ตัวอย่างเมื่อทำการกรอกข้อมูล :

แสดงให้เห็นว่า เมื่อกำหนด placeholder ให้แก่ text input แล้ว ข้อความหรือคำดังกล่าวจะไปแสดงใน text input ซึ่งข้อความดังกล่าวจะเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ input จริง ดังนั้น ผู้ใช้งานจะสามารถกรอกข้อมูลทับได้ และหากลบข้อความที่ input เข้าไป ข้อความตัวอย่างก็จะปรากฎอีกครั้ง

การเซตค่าให้กับ DropdownList (ASP.NET C#)

ในการตั้งค่า Datasurce สำหรับตัว DropDownList จากตาราง ปกติสามารถเซตได้จากการเซตที่หน้า layout โดยเลือกจากไอเท็ม แต่ทั้งนี้ ในการเซตค่าก็สามารถดึงค่า DataTable เขียนผ่านโค้ดได้เช่นกัน ด้วยการเขียนชุดคำสั่งดังนี้

DropDownList1.DataSource = ชื่อ DataSet/DataTable;
DropDownList1.DataTextField = ชื่อ Col;
DropDownList1.DataValueField = ชื่อ Col;
DropDownList1.DataBind();

อธิบายโค้ด :

– DropDownList1.DataSource คือการตั้งค่า DataSource ให้กับตัว DropDownList (ซึ่งชื่อ DropDownList ในที่นี้คือ DropDownList1)
ในการเขียนให้นำชื่อ DataSet หรือ DataTable ที่ต้องการมาเติมหลังเครื่องหมายเท่ากับ

– DropDownList1.DataTextField ส่วนนี้คือการกำหนด Text ที่จะแสดงบนตัว DropDownList
โดยเวลาเซต ต้องเลือกจากชื่อ Column ของ DataTable ที่เลือกมา

– DropDownList1.DataValueField ส่วนนี้คือการกำหนด Value ที่จะแสดงบนตัว DropDownList (ซึ่งเป็นค่าที่จะถูกซ่อนไว้)
เวลาเซต ต้องเลือกจากชื่อ Column ของ DataTable เช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็น Column เดียวกันกับ DataTextField หรือไม่ก็ได้
ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่ผู้ใช้งานทำการ Select ค่าบน DropDownList แล้วต้องการให้เก็บค่าในรูปแบบใด

การสร้างปุ่มปิดซ่อนข้อความ ด้วย html

ในการเขียนบล๊อกหรือเว็บไซต์ บางครั้งผู้เขียนอาจต้องการใส่ลูกเล่นในการซ่อนข้อความบางอย่างไม่ให้แสดง และให้ผู้อ่านสามารถเลือกปิด-เปิดข้อความเองได้ เช่น

เมื่อกดปุ่ม ข้อความที่ซ่อนจะปรากฏ…

วิธีการซ่อนข้อความดังกล่าวสามารถทำได้ดังนี้

จากโค้ด จะแบ่งคร่าวๆได้ 2 ส่วน คือ
1. ส่วนที่เกี่ยวกับปุ่มที่ใช้สั่งเปิดหรือปิดข้อความ จะอยู่ภายใต้แท็ก <button>  ซึ่งสามารถกำหนดค่า id ให้กับปุ่มในส่วนของ getElementById(‘ชื่อไอดี’) (ในตัวอย่างใช้ชื่อไอดีว่า spoiler) เพื่อใช้แยกแยะแต่ละปุ่ม

ส่วนข้อความที่แสดงบนปุ่มนั้น สามารถกำหนดในตำแหน่งที่วงด้วยเส้นสีเขียว (ในตัวอย่างใช้คำว่า เปิด/ปิด)

2. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อความ จะอยู่ภายใต้แท็ก <div> ซึ่งเราจะสามารถใส่ข้อความที่ต้องการซ่อนลงไปในตำแหน่งที่วงด้วยเส้นสีม่วง

 

ทั้งนี้ ในการสร้างปุ่มซ่อนข้อความ สามารถกำหนดให้แสดงข้อความใต้ปุ่มหรือแสดงข้อความเหนือปุ่มก็ได้ โดยการเรียงโค้ดทั้งสองส่วนตามลำดับ เช่น ถ้าอยากให้ข้อความอยู่เหนือปุ่ม ให้เขียนโค้ดส่วนที่ 2 ขึ้นก่อนโค้ดส่วนแรก

Credit : http://www.allbloggertricks.com/2013/05/how-to-add-openclose-button-to-blogger.html

การตรวจสอบ record ซ้ำในตารางด้วย SQL Command

ในการทำฐานข้อมูล มักประกอบด้วยข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาล บางครั้งอาจมีจำนวนที่มากเกินกว่าที่คนเราจะสามารถตรวจสอบข้อผิดพลาดด้วยตาเปล่าได้ และหนึ่งในปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยก็คือ การมีข้อมูลซ้ำ ที่จะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และสามารถส่งผลกระทบต่อการ select ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ ดังนั้นการตรวจสอบ record จึงมีความจำเป็นต่องานบางประเภท

ในการเขียนโค้ด SQL ที่เพื่อนับจำนวน record ซ้ำ จะใช้คำสั่งดังนี้

SELECT ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข , COUNT(*) count

FROM ชื่อตาราง

GROUP BY ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข Having COUNT(*) > 1

ชื่อcolที่ใช้เป็นเงื่อนไข ในที่นี้จะหมายถึง column ที่เราเลือกที่จะใช้เป็นตัวหลักในการตรวจสอบค่าซ้ำในแต่ละ record
ควรจะเลือก column ที่ไม่ควรมีค่าซ้ำหรือ primary key

เช่น ในฐานข้อมูลบุคคล column ที่สมควรจะเลือกใช้ในการตรวจสอบก็จะเป็น column จำพวกบัตรประชาชน เลขประจำตัว ซึ่งมักจะเป็นเลขเฉพาะที่ใช้ระบุถึงแต่ละคน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบค่าซ้ำ

ตัวอย่าง

SELECT CITIZEN_ID , COUNT(*) count

FROM EMPLOYEE

GROUP BY [CITIZEN_ID] Having COUNT(*) > 1

เมื่อพิมพ์คำสั่งและกด query คำสั่ง โปรแกรมจะนับจำนวน record ที่มีค่า CITIZEN_ID มากกว่า 1 record ขึ้นมาแสดง